“คิงส์ฟอร์ด” คาดแนวต้านดัชนี 1,507-1,515 จุด แนะ TOA-KLINIQ

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด คาดดัชนียังได้แรงหนุนฟันด์โฟลว์มองบวกการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย ระวัง Upside เริ่มจำกัดหลังขึ้นมาเทรดบน Forword/PE ที่ 15.9 เท่า แนวรับดัชนีวันนี้ 1,470 – 1,480 จุด แนวต้าน 1,507 – 1,515 จุด แนะนำ TOA, KLINIQ

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480 จุด แนวต้าน 1,507 – 1,515 จุด โดยดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่มีมุมมองบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย แต่ต้องระวัง Upside ที่เริ่มจำกัด หลัง SET เทรดบน F/PE ที่ 15.9 เท่า แนะนำเก็งกำไร PTT, PTTEP,BCP,TOP,IRPC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2% หลังสหรัฐ – อิหร่านยุติการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ , ทยอยซื้อกลุ่ม Value เช่น CRC, HMPRO, CHG, SIRI, AP, SPALI, GPSC

ภาพรวมดัชนีในกลุ่ม TIP วานนี้ได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow วานนี้มียอดซื้อสุทธิรวม 177.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดกลุ่ม DM มายังตลาด EM เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน จากเดิมที่เน้นการลงทุนในกลุ่ม Tech สลับมายังกลุ่ม Value ที่เทรดบน P/E ที่ต่ำกว่าและมีอัตราเงินปันผลสูง

ส่วนการรายงานกำไร บจ.วานนี้ PTT มีกำไร Q4/68 อยู่ที่ 2.55 หมื่นล้านบาท +29%QoQ, +174% YoY ดีกว่าคาด +20% ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรพิเศษ 9.3 พันล้านบาท ของรายการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical Co.

ขณะที่ TRUE รายงานกำไร Q4/68 อยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท +154% QoQ และฟื้นจากผลขาดทุน YoY ต่ำกว่าคาดที่ 5.0 พันล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 3 เดือน (ต.ค. – ธ.ค.68) ที่ 0.12 บาท ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 0.31 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราจ่ายเงินปันผล 116% ของกำไรสุทธิ โดยภาพรวม บจ.129 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไร Q4/68 +12% YoY และมีกำไรดีกว่าคาด 3.5%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้ DJIA -0.54%, S&P500 -0.28%, Nasdaq -0.31% นำโดยกลุ่มการเงิน -9% ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 23,000 อยู่ที่ 206,000 ต่ำกว่าคาดที่ 225,000 ราย ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต และบริการ ก.พ., US PCE ธ.ค.คาด 2.9% & พ.ย.ที่ 2.8% YoY และ US GDP Q4/68 คาด 3.2% & Q3/68 ที่ 3.7% QoQ

หุ้นแนะนำ TOA (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 17.70 บาท) แนวโน้มกำไร 4Q68 คาดว่าจะเติบโตสูง YoY ยังได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงอยู่ (TiO2, Oil Linked) ส่วนรายได้คาดเติบโตได้ QoQ, YoY จากตลาดเมียนมาและเวียดนาม ส่วนประเทศไทยคาดมี demand ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม ช่วยชดเชยภาพรวมตลาดในประเทศที่ชะลอตัว สำหรับแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้ในไทย +2%YoY และต่างประเทศ +10%YoY ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 2.7 พันล้านบาท +39%YoY และ 2.9 พันล้านบาท +9%YoY

หุ้น KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 108ลบ. (+9%YoY , +37%QoQ) โดย รายได้ยังคงโตได้ดีต่อเนื่องทั้งจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้นและ SSSG ที่คาดว่าจะเป็นบวก YoY(high single digit ถึง low teens) ส่งผลให้ปัจจัยบวกมีน้ำหนักมากกว่า ปัจจัยกดดันในด้านค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่และ Impairment จากการปิดสาขา

ส่วนปี69 ทาง KLINIQ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างชาติปี 69 ที่ 15-20%(จากเป้าปี68 ที่ 10%) Format/ใหม่ๆ เช่น Acne Lab จะช่วยหนุนมาร์จิ้น ส่วนการขยายสาขาปี69 คาด 10-15 สาขา (จาก สิ้นปี68 ที่ 82 สาขา) โดย 1Q69 จะเปิด L’Clinicราว 3 แห่ง ปัจจุบัน ประมาณการณ์กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 อยู่ที่ 361 ล้านบาท ( +12%YoY) และ 426ลบ.(+18%YoY)

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–