KAsset มอง SET พุ่งแรงแนะเพิ่มหุ้นปันผล “เศรษฐกิจ-กำไรบจ.”โตไม่ทัน ดึงอัพไซด์จำกัด

HoonSmart.com>>บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ชี้หุ้นไทยหลังเลือกตั้งพุ่งฉิว ตอบรับเชิงบวกเสถียรภาพทางการเมือง มอง “ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ-กำไร” ยังท้าทาย GDP โตต่ำ กำไรบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เร่งตัวตามตลาดโลกอย่างชัดเจน ดึง Valuation กลับสู่ค่าเฉลี่ย คาดกำไรบจ.ปี 69 โตเพียง 6-7% แนะให้น้ำหนักลงทุน “หุ้นปันผลคุณภาพ” สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ผ่านกองทุน K-VALUE สำหรับลงทุนเซฟภาษีระยะยาวแนะนำ K-STARRMF


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย (KAsset) เผยมุมมองหุ้นไทยหลังเลือกตั้ง SET รีบาวด์แรง แต่ภาพพื้นฐานยังจำกัดอัพไซด์ แม้ตลาดหุ้นไทย (SET) ตอบรับเชิงบวกหลังเลือกตั้ง จาก “ความคาดหวังเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบาย” ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นถึง 6.5% ช่วงหลังเลือกตั้ง ถึง ณ 12 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี KAsset มองว่า “ระดับดัชนีที่ปรับขึ้นมาแล้ว” ถึง 14,4% YTD นั้น ทำให้ความน่าสนใจเชิง Valuation เริ่มกลับสู่ระดับปกติ โดย Valuation เชิง forward P/E ปรับขึ้นมาที่ค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15 เท่า ขณะที่ภาพกำไรยังไม่ได้เร่งตัวตามตลาดโลกอย่างชัดเจน

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ GDP ปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังประเมิน ต่ำกว่า 2%, Earnings growth หุ้นไทยปี 2569 คาดโตเพียง 6–7% ขณะที่ตลาดโลกหลายแห่งยังโตระดับ double digit และติดตามความต่อเนื่องของ Fund Flow ต่างชาติ ที่กลับมาเป็นซื้อสุทธิในปีนี้ที่ 4.78 หมื่นล้านบาท หลังจากขายสุทธิต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566-2568 ที่ปีละกว่าแสนล้าน

“KAsset มอง “SET ขึ้นมาระดับนี้แล้ว” โอกาสสร้างผลตอบแทนจาก การขยาย Valuation อาจจำกัดมากขึ้น แนะนำกลับลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับ “คุณภาพกระแสเงินสด/เงินปันผล” มากขึ้น”

เมื่อพื้นฐานโตช้า…กลยุทธ์ ‘หุ้นปันผล’ มักทำงานได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ KAsset มองว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโตไม่แรง และกำไรบริษัทจดทะเบียนโตแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” การลงทุนที่เน้น หุ้นปันผลคุณภาพ มักช่วยพยุงพอร์ตได้จาก “กระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ” และความผันผวนที่มักต่ำกว่าหุ้นเติบโต (Growth) หรือ Mid–Small Cap

หากย้อนดูผลตอบแทนรายปี ดัชนี SETHD (หุ้นปันผลสูง) เทียบกับ SET TRI จะเห็นว่า SETHD ทำผลงานโดดเด่นกว่าอย่างต่อเนื่องในช่วง 2021–2025 (อ้างอิงตามกราฟประกอบ)
ดังนั้น ช่วงที่ตลาด “ต้องการความแน่นอน” หุ้นปันผลมักถูกให้คุณค่าเพิ่มขึ้น เพราะผู้ลงทุนได้ “ผลตอบแทนบางส่วน” จากเงินปันผล ไม่ได้พึ่งแต่ราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว

เปรียบเทียบผลตอบแทนรายปีของ SETHD เทียบกับ SET TRI พบว่า SETHD เด่นกว่าในหลายปีช่วง 2564-2568 สะท้อนบทบาทของหุ้นปันผลในภาวะเศรษฐกิจโตจำกัดและตลาดผันผวน
ที่มา: KAsset ณ วันที่ 30 ธ.ค.2568

KAsset แนะนำกองทุน K-VALUE ทางเลือก ‘หุ้นปันผล’ ที่โดดเด่นเทียบภูมิภาค

จากกราฟเปรียบเทียบ Dividend Yield คาดการณ์ปี 2568–2569

• SET HD ~6.8% (2569F) สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ (Topix ~3.1%, EuroStoxx ~3.4%, Australia ~1.9%)

• สูงกว่าประเทศในเอเชียส่วนใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ เช่น MSCI Asia ex JP (~2.7%) China / India ในบริบทภูมิภาค SET HD อยู่รองเพียงบางตลาดอย่างอินโดนีเซีย แต่ยังคงอยู่ในกลุ่ม yield สูงที่สุดของเอเชีย

จุดเด่นของหุ้นปันผลไทย
• ธุรกิจ mature มี cash flow สม่ำเสมอ
• payout ratio สูงและมีวินัย
• valuation ไม่ตึงตัว
• เป็น cushion ต่อ downside ได้ดีในภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ

สำหรับกองทุนแนะนำ ได้แก่ K-VALUE และ K-STARRMF (สำหรับเซฟภาษีระยะยาว) ที่เน้นลงทุนใน หุ้นไทยปันผลคุณภาพ เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนผ่านเงินปันผลที่สม่ำเสมอ เน้นคุณภาพกระแสเงินสดและพื้นฐานกิจการ และลดการพึ่งพา upside จาก Valuation เพียงอย่างเดียว โดยสามารถเลือกลงทุนได้ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

𝐊-𝐕𝐀𝐋𝐔𝐄-𝐀(𝐀) ชนิดสะสมมูลค่า
เหมาะสำหรับคนที่อยากให้เงินปันผลเติบโตต่อเนื่อง ลงทุนในหุ้นปันผลไทยคุณภาพ เน้นกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ท่ามกลางตลาดผันผวน

𝐊-𝐕𝐀𝐋𝐔𝐄-𝐀(𝐃) ชนิดจ่ายเงินปันผล
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รายรับระหว่างทาง โดยกองทุนติดอันดับ 5 ดาว Morningstar ในกลุ่ม Thailand Fund Equity Large-Cap (30 ก.ย. 2568)

K-STARRMF เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เน้นลงทุนในหุ้นไทยชั้นนำระดับประเทศ พร้อม ๆ กับการกระจายการลงทุนไปในหุ้นขนาดกลาง และเล็ก ที่มีศักยภาพดีในระยะยาว