HoonSmart.com>>โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ กวาดกำไรสุทธิปี 2568 รวม 6,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน แรงหนุนจากโรงไฟฟ้า XPCL-RPCL-AEPL มีผลประกอบการแข็งแกร่ง รายได้พิเศษจากการขายหุ้น AEPLฐานะการเงินแข็งแรง อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.76 เท่า คณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลรวม 1.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่าย 63.89% ของกำไรสุทธิ
บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) แจ้งผลประกอบการของบริษัทฯ สำหรับงวด 12 เดือน ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 6,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,337 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยแรงหนุนหลักมาจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า XPCL ตามปริมาณน้ำที่สูงขึ้นจากจีนและปรากฏการณ์ลานีญา รวมถึง RPCL ที่รับรู้กำไรทางบัญชีจากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน และ AEPL ที่มีผลประกอบการดีขึ้นจากโครงการใหม่และการรับรู้รายได้ทางภาษี ขณะที่ CFXD และ TSR มีผลประกอบการลดลงจากปัจจัยเฉพาะด้านการซ่อมบำรุงและการสิ้นสุดการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัญญา NUOVO+ ปรับลดมูลค่าสินทรัพย์เพื่อสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจแบตเตอรี่
ขณะที่ ต้นทุนทางการเงินลดลงมากถึง 765 ล้านบาท หรือลดลง 13% จากการชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง รายได้และค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นจากการขายหุ้น AEPL และการบันทึกกลับรายการหนี้สินที่สิ้นสุดข้อพิพาทกับ กฟผ. ขณะที่ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายลดลงตามอายุโรงไฟฟ้าและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ครบกำหนด กำไรขั้นต้นทรงตัว โดยมีแรงกดดันจากโรงไฟฟ้าศรีราชาและห้วยเหาะ แต่ได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพในโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วันและโกลว์ไอพีพี แม้ว่าโรงไฟฟ้า SPP จะมีรายได้ลดลงจากสัญญาที่หมดอายุ
การรับรู้กำไรการขายหุ้น AEPL และการปรับปรุงภาษีในปีที่ผ่านมาทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการดำเนินงานและที่ปรึกษาธุรกิจ กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Net Income) อยู่ที่ 8,047 ล้านบาท
ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 264,259 ล้านบาท หนี้สินรวม 147,823 ล้านบาท โดยหนี้สินที่มีดอกเบี้ยอยู่ที่ 111,859 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 116,436 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.76 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2568 จำนวน 1.45 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ 63.89% โดยได้จ่ายไปแล้ว 0.50 บาทต่อหุ้นสำหรับครึ่งปีแรก และจะจ่ายอีก 0.95 บาทต่อหุ้นสำหรับครึ่งปีหลังในวันที่ 22 เมษายน 2569 หลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
