บล.CGSI มองศก.ไทย’69 โต 1.9% ค่าเงิน 30-32 บาท/ดอลลาร์

HoonSmart.com >> บล.CGSI  มีมุมมองที่ระมัดระวัง เศรษฐกิจไทยปี 69 คาด GDP ขยายตัว 1.9% ผลจากการตั้งรัฐบาลผสม Q2/69  ขณะที่ เดือนธ.ค.68 เศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง คาด GDP ไตรมาส 4/68 ขยายตัว 1.4%

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68 พบว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เห็นได้จากตัวเลขการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัว 5.2% เทียบกับที่ขยายตัว 3.4% ในไตรมาส 4/68 และขยายตัว 2.2% ในปี 68 , การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 8.6% เทียบจาก 3% ในไตรมาส 4/68 และ 2.5% ในปี 68

ดุลการค้าเกินดุล 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 200 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 4/68 และ 2.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 68 , ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบจาก 900 ล้านเหรียญสหรัฐใน ไตรมาส 4/68 และ 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 68 , สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 3.4 ล้านคน เทียบกับ 8.9 ล้านคนในไตรมาส 4/68 และ 33 ล้านคนในปี 68

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงคาดการณ์ว่า GDP ในไตรมาส 4/68 จะขยายตัว 1.4% yoy และ 0.2% qoq ส่วน GDP ในปี 68 จะขยายตัว 2%

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากโพลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล่าสุด ชี้ว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ยังคงเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.69 ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) จะตามมาเป็นอันดับสองและสาม ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชน อาจมีคะแนนเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ขณะที่ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองหลายท่านมองว่า พรรคการเมืองสามอันดับแรกนั้น พรรคเพื่อไทย (พท.) ดูจะมีแนวทางสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน โดยเฉพาะการเน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

ขณะที่นโยบายของปชน.ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างและเศรษฐกิจในระยะยาว มุ่งเน้นเรื่องพัฒนาประเทศให้ทันสมัย, เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการปฏิรูปองค์กรเพื่อเป็นรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง

ในทางกลับกัน ภท.เน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น, เร่งการลงทุน และขยายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนกำรเติบโตและส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น จึงเชื่อว่า ภท.และพท.น่าจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP ปี 69 อยู่ที่ 1.9% yoy โดยมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อีกทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนภาครัฐส่วนใหญ่น่าจะต้องรอผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการบริโภคน่าจะออกมาหลังจากนั้น

ขณะที่ด้านต่างประเทศ มองว่าแม้มูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าจะยังแข็งแกร่งในปีนี้ แต่ผลกระทบสุทธิ (net contribution) ต่อ GDP อาจอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ยังมีประเด็น เรื่องการสวมสิทธิสินค้า (transshipment)
อีกด้วย

ทั้งนี้ การที่ GDP น่าจะขยายตัวไม่ถึง 2% และอัตราเงินเฟ้อที่เกือบ 0% ในปีนี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธปท. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.75% โดยน่าจะปรับลด 25bp สองครั้งในปี 69 นี้

สมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยน ฝ่ายวิเคราะห์ฯ คาดว่า อัตราแลกเปลี่ยน THB /US$ จะอยู่ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในสิ้นปี 69 โดยมองว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในกรอบ   30 -32  บาท แม้ว่า GDP จะขยายตัวต่ำกว่ำ 2% ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาท น่าจะมีสาเหตุมากจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น และการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งธปท. มีพื้นที่ให้เข้ามาแทรกแซงน้อยลง