ดาวโจนส์ปิดลบ 179 จุด ทรัมป์เสนอ วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนีหลักปิดร่วง ดาวโจนส์ลบ 179 จุด หุ้นกลุ่มเทคฯ ยังอยู่ในภาวะซบเซา แม้นักลงทุนส่วนใหญ่ยอมรับทรัมป์ เลือก “เควิน วอร์ช”ประธานเฟดคนใหม่ ราคาน้ำมันดิบลดลง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 30มกราคม 2569 ปิดที่ 48,892.47 จุด ลดลง 179.09 จุด หรือ 0.36% เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงอยู่ในภาวะซบเซา แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะยอมรับกับการเลือกเควิน วอร์ชของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐก็ตาม

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,939.03 จุด ลดลง 29.98 จุด, -0.43%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,461.82 จุด ลดลง 223.31 จุด, -0.94%

ก่อนตลาดเปิดซื้อขาย ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าเขาจะเสนอชื่อเควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)คนต่อไป วอร์ชเคยวิพากษ์วิจารณ์ผลข้างเคียงของนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ และถูกมองว่าเป็นสาย hawkish หรือ คนที่มีแนวคิดการดำเนินนโยบายที่เข้มงวด

ในระหว่างการซื้อขาย ทรัมป์กล่าวว่าวอร์ชไม่ได้ให้สัญญาว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด

การเลือกวอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ น่าจะช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากประสบการณ์ของเขาในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ และท่าทีที่แข็งกร้าวต่อภาวะเงินเฟ้อในบางครั้ง แม้อาจจะผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นตามที่ทรัมป์ต้องการ จากการที่เมื่อเร็วๆ นี้ได้สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ได้รณรงค์หาเสียง แต่ตลาดการเงินมองว่าเขาเป็นคนที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของประธานาธิบดีเสมอไป และยังคงรักษาความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินไว้ได้

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทรงตัว บ่งชี้ว่านักลงทุนดูเหมือนจะพอใจกับการเลือกของทรัมป์

ในระหว่างวัน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% ขณะที่ราคาทองคำและเงินร่วงลงอย่างหนัก โดยราคา spot ทองคำและโลหะเงินลดลงประมาณ 9% และ 28% ตามลำดับ

ภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำพากันปรับตัวลงจากการร่วงลงอย่างรวดเร็วของราคาทองคำและโลหะเงิน โดยหุ้น Newmont ลดลง 11.49% หุ้น Agnico Eagle Mines ลดลง 11.61% หุ้น Barrick Gold ลดลง 12.03% และกองทุน VanEck Gold Miners ETF ลดลง 12.76%

นักลงทุนรายย่อยแห่เข้าซื้อขายโลหะมีค่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เกิด(ภาวะฟองสบู่จากการเก็งกำไร กองทุน iShares Silver Trust ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนรายย่อย ร่วงลงมากกว่า 28% ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ แมตต์ มาเลย์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Miller Tabak กล่าวว่า การเคลื่อนไหวแบบนี้อาจบ่งชี้ถึงการบังคับขาย (forced selling) เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการซื้อขาย

นักลงทุนยังคงวิเคราะห์รายงานผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดย ราคาหุ้น Apple ปิดบวก 0.46% จากผลงานดีกว่าที่คาดการณ์ในไตรมาสแรกของปีบัญชี และรายงานยอดขาย iPhone ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ทิม คุก ซีอีโอของบริษัทได้เตือนว่าการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต

ในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากเทคโนโลยี หุ้น Verizon พุ่งขึ้นเกือบ 12% นับเป็นวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งตลอดทั้งปี

หุ้น Sandisk บริษัทจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น 5% หลังจากคาดการณ์แนวโน้มที่ดีในอนาคต นอกจากนี้ ผลประกอบการของ Exxon และ Chevron ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยบริษัทผู้ผลิตน้ำมันต่างทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวทางการค้าครั้งต่อไปของทรัมป์ ซึ่งขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องบินจากแคนาดาสูงถึง 50% ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเพิกถอนใบอนุญาตเครื่องบินเจ็ตใหม่ทั้งหมดจากบริษัทต่างๆ เช่น บอมบาร์เดียร์ โดยอ้างว่าแคนาดาใช้การรับรองเพื่อกีดกันการขายเครื่องบินเจ็ตกัลฟ์สตรีมของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน เม็กซิโกกำลังเผชิญกับภาษีใหม่หลังจากที่ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีใหม่จากประเทศที่จัดหาน้ำมันให้กับคิวบา

แม้อ่อนตัวลงและผันผวนในวันศุกร์ แต่ดัชนีหลักๆ ก็ยังคงทำผลงานได้ดีในเดือนมกราคม ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones เพิ่มขึ้น 1.4% และ 1.7% ตามลำดับ ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1% ส่วนในรอบสัปดาห์นี้ ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนี Dow Jones และ Nasdaq ต่างลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม โยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.4% ดัชนี ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.2% แต่ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.3%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีเผยแพร่ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) มาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตจากกระทรวงแรงงาน ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 2.7% ที่นักวิเคราะห์คาด เมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.5% สูงกว่า 0.2% ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 2.9% ที่นักวิเคราะห์คาด
เมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่า 0.2% ที่นักวิเคราะห์คาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการของบริษัทต่างๆ และข่าวที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เสนอชื่ออดีตผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของธนาคารกลาง

ดัชนี STOXX 600 ปิดเดือนมกราคมด้วยการปรับขึ้น 3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 611.00 จุด เพิ่มขึ้น 3.86 จุด, +0.64%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,223.54 จุด เพิ่มขึ้น 51.78 จุด, +0.51%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,126.53 จุด เพิ่มขึ้น 55.17 จุด, +0.68%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,538.81 จุด เพิ่มขึ้น 229.35 จุด, +0.94%

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 1.7% และเป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอุตสาหกรรม โดย Caixabank ธนาคารของสเปนเพิ่มขึ้น 6.7% หลังจากที่คาดการณ์ว่ารายได้จากการปล่อยสินเชื่อและกำไรจะเพิ่มขึ้นในปีนี้และปีหน้า

ดัชนีของสเปนซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นส่วนใหญ่ นำการปรับตัวขึ้นในกลุ่มตลาดที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป โดยปรับตัวขึ้น 1.7%

นักลงทุนยังโล่งใจที่อดีตผู้ว่าการเฟด เควิน วอร์ช ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของเจอโรม พาวเวลล์ สิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม มุมมองของวอร์ชจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่ทำเนียบขาวกำลังผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน การรายงานผลประกอบการในยุโรปก็คึกคัก

หุ้น Swatch ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ พุ่งขึ้น 13.4% หลังจากประกาศว่ายอดขายเติบโต 4.7% ในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (constant exchange rates )ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว

หุ้น Adidas ผู้ผลิตชุดกีฬาจากเยอรมนี พุ่งขึ้น 4% หลังจากเปิดเผยแผนการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านยูโร (1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายงานยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับปี 2025

หุ้น Alten บริษัทที่ปรึกษาจากฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 16.7% และปรับขึ้นรายวันได้มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2002 หลังจากกลุ่มบริษัทรายงานว่าผลประกอบการลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2025

อย่างไรก็ตาม บริษัทในดัชนี STOXX 600 โดยทั่วไปคาดว่าจะรายงานผลกำไรรายไตรมาสลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องเผชิญกับอุปสรรคจากภาษีนำเข้าและการแข็งค่าของเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลเสียต่อบริษัท

ผลประกอบการจากบริษัทชั้นนำในกลุ่มสินค้าหรูหราและเทคโนโลยีบางแห่งทำให้ตลาดผิดหวังในสัปดาห์นี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้น Signify ผู้ผลิตไฟส่องสว่างรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วงลง 17.1% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หลังจากผลประกอบการประจำปีอ่อนแอเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 65.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 70.69