HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด คาดแนวโน้มดัชนีวันนี้กรอบแนวรับ 1,320 – 1,330 จุด แนวต้าน 1,345 – 1,350 จุด คาดได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่โอกาสปรับพอร์ตออกจากตลาดหุ้นอินโดฯ แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,CPN,GULF,RATCH,BLA,AP,SPALI หุ้น PTT,PTTEP,TOP,SPRC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หุ้นวันนี้เสิร์ฟ PTTEP, MRDIYT

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,320 – 1,330 จุด แนวต้าน 1,345 – 1,350 จุด คาดดัชนีได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่โอกาสปรับพอร์ตออกจากตลาดหุ้นอินโดฯ หลังอาจถูก MSCI ปรับลดสถานะลงสู่ตลาด Frontier แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,CPN,GULF,RATCH,BLA,AP,SPALI ที่เป็นกลุ่ม Value Stock หุ้น PTT,PTTEP,TOP,SPRC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น
ตลาดหุ้นวานนี้ปิดบวก +0.33% ภาพรวมดัชนี SET ยังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มปรับพอร์ตการลงทุนออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียเ หลัง MSCI อาจปรับลดสถานะการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซียใน พ.ค. ไปยังกลุ่ม Frontier เนื่องจากมีปัญหาในเรืองของ Free Float ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งเป็นผลบวกต่อเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยและฟิลิปปินส์
ส่วนการรายงานงบวานนี้ SCC มีผลขาดทุนในงวด Q4/68 อยู่ที่ -3.69 พันล้านบาท สูงกว่า BB คาดไว้ที่ -2.7 พัน ลบ. สาเหตุมาจากผลขาดทุนสต็อตของ SCGC -1.12 พันล้านบาทและขาดทุนจากรายการปรับโครงสร้างธุรกิจ -3.25 พันล้านบาท
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดวานนี้ DJIA +0.02%, S&P500 -0.01%, Nasdaq +0.17% เฟดมีมติ 10 – 2 คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50 – 3.75% เป็นไปตามคาดการณ์ หลังปีก่อนเฟดได้ลดดอกเบี้ย 3 ครั้งใน ก.ย. ต.ค. และ ธ.ค. ขณะที่ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ, เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตดี และเงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูง ดังนั้นเฟดจึงยังไม่ส่งสัญญาณต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป ด้านหุ้นเทคบวก หลัง Tesla +1.5% ตอบรับรายได้และกำไร Q4 ดีกว่าคาด, Microsoft -6.3% หลังรายได้ของ Azure ชะลอตัวเล็กน้อย และมีการใช้เงินลงทุนสูงถึง 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Meta Platform +7.1% รายงานกำไร Q4 ดีกว่าคาด และแนวโน้มรายได้ใน Q1 ยังเติบโตดี ส่วนค่ำวันนี้ติดตามรายงานงบไตรมาสที่ผ่านมาของ Apple
หุ้นแนะนำ ได้แก่ PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 123.00 บาท) ได้รับ sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ สภาพอากาศที่หนาวเย็นในสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าหนัก ในส่วนของ PTTEP คาดกำไร 4Q68 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท (+39%QoQ, -4%YoY) ฟื้นตัวเด่น QoQ จากปริมาณขายเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลงด้วยผลของ volume effect รวมถึงการรับรู้กำไรรายการ non-recurring จำนวนมาก
แนวโน้มกำไรปกติปี 69 ยังแข็งแกร่ง ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดในมือสูง สามารถคาดหวังต่อ Dividend Yield ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี
หุ้น MRDIYT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 10.28 บาท) Consensus คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 770 ล้านบาท (+20%YoY, +27% QoQ) ฝั่งรายได้มีแรงหนุนทั้งจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้นและ SSSG ที่สามารถเป็นบวกได้ผ่านสินค้าที่ “คุ้มค่า” ในสายตาผู้บริโภค ขณะที่ฝั่งต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ประโยชน์จาก Economy of Scale รวมถึง Finance Cost ลดลงหลัง IPO
ด้าน MRDIYT เองวางเป้าสาขาในปี70 ไว้ที่ 1.5 พันสาขา(จากสิ้นปี68 ราว 1.1 พันสาขา)/ ปี69 จะเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า 2.ความคุ้มค่าของราคา 3.ความหลากลายของสินค้า ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิ MRDIYT ปี68 และ69 ที่ 2,560 ล้านบาท (+44%YoY) และ 2,992 ล้านบาท (+17%YoY)
