HoonSmart.com>>บลจ.เอ็กซ์สปริง มองบวก “ทองคำ” ชี้ 3 ปัจจัยหนุนราคาขึ้นต่อ ซุ่มออกกองทุนใหม่ เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โมเดลพอร์ตยืดหยุ่นขยับพอร์ตโยกลงทุนตราสารหนี้ได้ สัดส่วนรวม 80% พร้อมเพิ่มโอกาสลงทุนคริปโต เน้น “บิทคอยน์-อีเธอเรียม” สัดส่วน 20% หลังก.ล.ต.ไฟเขียวกองทุนรวมเข้าลงทุนได้

นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM เปิดเผยว่า XSpring AM มองสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกลงทุนที่น่าสนใจในปีนี้ จึงมีแผนออกกองทุนใหม่ นโยบายลงทุนในทองคำและตราสารหนี้ สัดส่วนประมาณ 80% ซึ่งสามารถขยับน้ำหนักลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและที่เหลือสัดส่วน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ลงทุนในคริปโต (Cryptocurrency) โดยเน้นลงทุนในเหรียญ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ซึ่งเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดให้กองทุนรวมลงทุนคริปโตได้โดยตรงสัดส่วน 20% เท่านั้น และเปิดเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UI) เท่านั้น
“สำหรับแนวโน้มราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นได้ต่อจาก 3 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1.เงินเฟ้อ 2.ภูมิรัฐศาสตร์ และ 3.De-dollarization หรือ การลดความสำคัญของเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นธีมที่ทำให้หลายประเทศมองหาสินทรัพย์กลาง เพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณการลดความสำคัญของเงินดอลลาร์ชัดขึ้น มีหลายประเทศมีการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ มากขึ้น กระจายลงทุนตราสารหนี้ประเทศอื่นๆ และเชื่อว่าจะนำเม็ดเงินบางส่วนมากระจายลงทุนในทองคำ”นายยศกร กล่าว
ปัจจุบันธนาคารกลางของแต่ละประเทศยังทยอยซื้อสะสมทองคำต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาดการเงินโลก จากความไม่แน่นอนต่อท่าทีของทรัมป์ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ส่วนทองคำในประเทศในระยะยาวมีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะ 1 แสนบาทได้ท่ามกลางความผันผวน จากการที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะที่แบ่งแยก จากแนวโน้มสงครามการค้าและความระมัดระวังต่อกันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดโดยรวมในระยะสั้นยังมีความผันผวนและเป็นบริบทที่ทองคำยังคงได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน
นายยศกร กล่าวว่า สำหรับคริปโตมองว่าในระยะสั้น 3-6 เดือน ยังมีความผันผวน จากการปราบปรามสแกมเมอร์ มาตรการหลายอย่างทำให้เงินที่โฟลว์เข้าคริปโตอาจใช้ความระมัดระวังและถือเป็นเงินสด แต่ในระยะยาวเกิน 1 ปี มองคริปโต อย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียม มีโอกาสเติบโตได้ เพราะถือเป็นสินทรัพย์ลงทุนอีกประเภทหนึ่ง

ด้านนายวิศรุต กิตติอาภรณ์พล นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ.เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มราคาบิทคอยน์ในระยะสั้นยังถูกกดดันจากสถานการณ์สงคราม ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกขาย เพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ต รวมทั้งบิทคอยน์ยังรอความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลในสหรัฐฯ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้ทั้งบิทคอยน์และอีเธอเรียมมีโอกาสกลับไปยืนแถวนิวไฮเดิมได้ โดยบิทคอนย์นิวไฮที่ 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ ส่วนอีเธอเรียม ไฮเดิมแถว 4,800 เหรียญสหรัฐฯ
อ่านข่าว
XSpring AM ปักธงปีนี้ส่ง 11 กองใหม่เน้นธีม AI นักลงทุนตอบรับดัน AUM กองทุนรวมปี 68 โต 376%
