โบรกเกอร์ ติงเฮียริ่ง “ยืมหุ้น” ใช้หลักฐานไม่น่าเชื่อถือ

HoonSmart.com >>โบรกเกอร์ติง เฮียริ่ง “การปรับปรุงเกณฑ์ขายชอร์ต-การยืม-ให้ยืมหุ้น” หลักฐาน-แหล่งยืมหุ้น-ให้ยืมหุ้น อ่อน แค่โทรอัดเทป , อีเมล หลักฐานไม่หนักแน่นพอ ทำย้อนหลังได้ หวั่นเปิดช่อง “เน็กเก็ตชอร์ต”  เรียกร้องให้ใช้หลักฐานน่าเชื่อถือกว่านี้ ตั้งแต่การแสดงพอร์ตที่มีหุ้นอยู่จริง และตรวจซ้ำความน่าเชื่อถือของหลักฐาน 

นางสาวชญานี โปขันเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คิงส์ฟอร์ด เปิดเผย “หุ้นสมาร์ท” กรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำรวจความเห็นเรื่อง “การปรับปรุงเกณฑ์ขายชอร์ตและการยืม- ให้ยืมหุ้น ของ บล.” เพื่อรับฟังความคิดเห็นกับนักลงทุน โดยจะเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็นวันที่ 11 ก.พ. 2569 นี้ มีที่มา-ที่ไปอย่างไร

นางสาวชญานี  เล่าว่า ในอดีตการขายชอร์ตหรือการยืมหลักทรัพย์มาเพื่อขาย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถที่จะลงทุนในตลาดได้ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ต่อมาธุรกรรมนี้ ถูกใช้ไปในลักษณะที่ผิดวัตถุประสงค์ ถูกใช้ไปเพื่อการบิดเบือนสภาพตลาด เช่น การยืมหุ้นมาวางขาย เพื่อสร้างความเข้าใจว่าหุ้นนั้น ๆ มีผู้ต้องการขายเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับการที่ ก.ล.ต เปิดโอกาสให้ยังไม่ต้องยืมหุ้นจริงมาเพื่อวางขาย เพียงแค่มั่นใจว่า มีแหล่งให้ยืมแน่นอนก็สามารถไปวางขายได้ ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดการบิดเบือนสภาพตลาด และการทำ Naked Short  (ขายโดยไม่มีใบหุ้น) ได้มากขึ้น

ส่วนมากนักลงทุนต่างชาติ จะทำการการขายชอร์ตมากกว่านักลงทุนไทย จนอาจส่งผลให้นักลงทุนไทยได้รับความเสียหายในการลงทุน จนทำให้นักลงทุนไทยลดการลงทุนในตลาดหุ้นไป และทำให้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะวิกฤติในทุกด้านตามที่เป็นอยู่

ดังนั้น บล. จึงได้มีการรวมตัวกันเรียกร้องให้ตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต ปรับปรุงเกณฑ์ในเรื่องนี้ให้รอบคอบรัดกุมขึ้น ก.ล.ต ก็มีการปรับปรุงและทำการสำรวจความเห็นตามข้างต้น ซึ่งก็ชัดเจนว่ามีความรอบคอบรัดกุมมากขึ้น

แต่ข้อกังวลใจก็คือ หลักฐานการยืมหุ้นหรือการมั่นใจว่า มีแหล่งยืมหุ้นแน่นอนที่ ก.ล.ต ยอมรับได้ กลับค่อนข้างหละหลวม โดยยอมรับได้ไม่ว่าจะเป็นอีเมลหรือโทรศัพท์บันทึกเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถจัดทำภายหลังได้ และต้องการการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า มาจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงหรือมีอำนาจจริงหรือไม่

ยังไม่นับรวมไปถึงการตรวจสอบผู้ที่มีการยืมหุ้นหรือมีหุ้นให้ยืม ตามที่อ้างมีหุ้นนั้น ๆ จริงหรือไม่ เพราะไม่ปรากฏว่า มีขั้นตอนที่ตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต จะตรวจสอบซ้ำให้ชัดเจนอีกครั้งอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ธุรกรรมการขายชอร์ตถูกนักลงทุนบางกลุ่มใช้เป็นเครื่องมือเอาเปรียบนักลงทุนกลุ่มอื่น

ก่อนหน้าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตลาดหุ้นจีน ได้มีการให้นักลงทุนในกลุ่ม HFT ย้ายอุปกรณ์ server ของตนเองออกจาก Data Center ของตลาดหุ้นจีนเพื่อลดความได้เปรียบในการซื้อขายที่มีเหนือนักลงทุนกลุ่มอื่นของกลุ่ม HFT

ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้แถลงต่อกรณีนี้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เอง ได้มีการลดความได้เปรียบของนักลงทุนกลุ่มนี้ก่อนตลาดหุ้นจีนด้วยซ้ำ โดยการให้ทุก บล.เข้าถึงพื้นที่ Co-Location เปิดเผยข้อมูลความเร็วของสมาชิก เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล ทรัพยากร บริการของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยพยายามทำให้ ความเร็วในการส่งคำสั่งของนักลงทุนเท่าเทียมกัน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2568 เป็นระยะเวลามากกว่า 6 เดือนแล้วนั้น

นางสาวชญานี กล่าวว่า การดำเนินการต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังกล่าว ไม่ตอบโจทย์ในเรื่องการสร้างความเท่าเทียมในการลงทุนให้เท่ากัน เพราะเป็นเวลา 6 เดือนเศษแล้ว ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตราการตามข้างต้น แต่ยังพบว่าไม่สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยได้ โดยดูได้จากปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนกลุ่มนี้ที่ยังไม่เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทั้งที่นักลงทุนไทย เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ ของตลาดทุนไทย โดยที่นักลงทุน HFT เป็นการซื้อขายเอาส่วนต่างรายวัน ไม่ส่งผลต่อการระดมทุนหรือมีส่วนช่วยพัฒนาบริษัทจดทะเบียนให้แข็งแกร่งขึ้น และยังพบว่า บางวันปริมาณการซื้อขายในตลาดต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทอีกด้วย

นอกจากนี้ พบว่า ช่วงเดือนม.ค. 2569  ตลาดหุ้นค่อนข้าง active ก็พบว่าเป็นแรงซื้อขายมาจากนักลงทุนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่คือ มากกว่า 50% ส่วนนักลงทุนไทย มีสัดส่วนเพียงแค่เกือบ 30 % ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากก่อนการออกมาตราการแต่อย่างใด

” ชัดเจนว่า มาตราการต่าง ๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อ้างว่า ได้ทำก่อนตลาดหุ้นจีนนั้น ยังไม่ประสบผลสำเร็จที่จะทำให้นักลงทุนไทยมีความเชื่อมั่นเพียงพอที่จะกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย จึงเสนอแนะให้ทบทวน และมีมาตราการใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยได้มากกว่านี้” น.ส.ชญานี กล่าวในที่สุด