HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินทิศทางหุ้นวันนี้ คาดดัชนีได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติทยอยซื้อหุ้น Big Cap วางแนวรับ 1,300 จุด ส่วนแนวต้าน 1,320 – 1,330 จุด ด้านดาวโจนส์ปิดบวก 306 จุด คลายวิตกกรีนแลนด์ แนะทยอยซื้อ ADVANC, CPALL, CPN, GULF, BDMS, LH,SPALI หุ้นเด่น TACC, KLINIQ
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,300 จุด แนวต้าน 1,320 – 1,330 จุด คาดดัชนีได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่ทยอยซื้อหุ้น Big Cap กลุ่มปิโตรเคมี, โรงไฟฟ้า,ค้าปลีก, รพ.,อสังหาฯ ที่เทรดใน P/E ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แนะนำทยอยซื้อ ADVANC, CPALL, CPN, GULF, BDMS, LH,SPALI
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดวานนี้ DJIA +0.63%, S&P500 +0.55%, Nasdaq +0.91% หลัง ปธน.ทรัมป์ได้หารือกรอบข้อตกลงในประเด็นกรีนแลนด์กับเลขาธิการนาโตแล้ว และสั่งยุติแผนเก็บภาษีศุลกากรสินนำเข้าจาก 8 ชาติพันธมิตรยุโรป ส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริการสื่อสาร +1.57%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.22% และหุ้นกลุ่ม Magificant 7 ปรับขึ้นนำโดย Meta Platform +5.7%, Tesla +4.2% อยู่ระหว่างรอการรายงานกำไรในสัปดาห์หน้า
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ US GDP Q3/68 +4.4% ดีกว่าคาดที่ +4.3% QoQ และ US PCE พ.ย. ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.8% และต.ค. 2.7% YoY
ค่ำวันนี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต และบริการ, ม.มิขิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. และวันพุธหน้าติดตามผลการประชุม Fed ซึ่งคาดมีโอกาสคงดอกเบี้ยที่ 3.75%
ข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้ติดตามผลการประชุม BOJ คาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% และ CPI ญี่ปุ่น ธ.ค.
ภาพรวมสัปดาห์เริ่มมีสัญญาณบวกของ Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มซื้อสะสมหุ้นไทยในกลุ่มปิโตเคมี, พลังงาน, ค้าปลีก, รพ. ที่ราคาหุ้นส่วนใหญ่เทรดอยุ่ในระดับ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต สัปดาห์หน้าติดตามการรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่ม Real Sector
หุ้นแนะนำ TACC (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.45 บาท) งวด 3Q68 รายงานกำไรสุทธิ 90 ล้านบาท +14%QoQ, +48%YoY มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแผนการขยายสาขาของ 7-11 และร้านกาแฟพันธ์ไทย ด้าน GPM ทรงตัวในระดับ 32% แม้ต้นทุนเมล็ดกาแฟเพิ่มขึ้น QoQ เช่นเดียวกับ SG&A ที่ทรงตัวได้สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี แนวโน้ม 4Q68 คาดรายได้และกำไรเร่งขึ้นตาม seasonal
ส่วนในปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 10-15%YoY ตามจำนวนร้านกาแฟพันธ์ไทยที่เร่งขยายสาขา ส่วน 7-11 จะเน้นเพิ่มสินค้าใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อขยายฐานลูกค้า คาดรักษา GPM 32% ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 310 ล้านบาท +26%YoY และ 334 ล้านบาท +8%YoY Div.Yield 9-10%
หุ้น KLINIQ (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) แม้กำไรสุทธิ 3Q68 กดดันจากการเร่งขยายสาขาและค่าใช้จ่ายในการปิด 2 สาขาที่ Underperformed ขณะที่ฝั่งรายได้มีปัจจัยลบจากคุณหมอศัลยกรรมลาคลอดเต็มไตรมาสอย่างไรก็ตาม คงมุมมองว่า 4Q68 จะเป็นจุดสูงสุดการดำเนินงานปี 69 และ +YoY +QoQ โดยแม้จะมีการเปิดสาขาใหม่อีกราว3 แห่ง แต่การเปิดสาขายังน้อยกว่าใน 2Q68-3Q68
ขณะที่คาดว่ารายได้ของสาขาที่เปิดใหม่ในช่วงก่อนหน้าจะเริ่มเร่งตัวขึ้น ปัจจุบัน ประมาณการณ์กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 อยู่ที่ 361 ล้านบาท( +12%YoY) และ 428 ล้านบาท (+19%YoY) ตามลำดับ
