HoonSmart.com>>21 ม.ค.2569 วันสร้างสถิติ ดัชนีหุ้น SET นิวไฮของปี ปิดที่ 1,317.56 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุดหรือ +1.63% นำโดยหุ้น DELTA ดันดัชนี 15 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายหนาแน่น 68,148.65 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 เดือน ด้านเงินบาทหลุด 31 แข็งค่าสุดในรอบ 5 ปี ทองฟิวเจอร์ทะลุ 4,800 ดอลลาร์ All Time High ส่งผลให้ราคาในประเทศปรับขึ้น-ลงภายในวันมากถึง 45 ครั้ง รวมพุ่งขึ้นบาทละ 1,950 บาท โดยทองคำแท่งทะลุ 71,000 บาท

ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,317.56 จุด เพิ่มขึ้น 21.19 จุดหรือ +1.63% มูลค่าซื้อขายหนาตา 68,148.65 ล้านบาทสูงที่สุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่มีมูลค่าซื้อขายประมาณ 70,000 ล้านบาท ทั้งนี้ดัชนีหุ้นวันนี้สร้างจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมเพิ่มขึ้น 4.6% จากสิ้นปี 2568
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิ 2,004.18 ล้านบาทเป็นวันแรก หลังจากโหมซื้อติดต่อกัน 5 วันทำการรวมประมาณ 13,300 ล้านบาท สถาบันไทยก็ขายสุทธิ 3,812.87 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,163.28 ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 2,666.12 ล้านบาท
ส่วนราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,800 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดระดับใหม่ ส่งผลให้ราคาในประเทศมีการปรับขึ้นลงถึง 45 ครั้ง เพิ่มขึ้นรวมบาทละ 1,950 บาท สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำแท่ง รับซื้อที่ 71,450 บาท ขายออก 71,550 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 70,024.04 บาท ขายออก 72,350 บาท Gold Spot อยู่ที่ 4,867 ดอลลาร์ และเงินบาทอยู่ที่ 31.08 บาท หลังจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะ
เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์
ด้านค่าเงินบาทปิดที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันหลุด 31 แตะ 30.89 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2564
สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างหนักหน่วง นำโดยแรงซื้อหุ้น DELTA ผลักดันราคาปิดที่ 86.50 บาท พุ่งขึ้น 15 บาท หรือ +8.75% รวมถึงแรงซื้อหุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ BH ปิดที่ 165 บาท บวก 10 บาทหรือ 6.45% กลุ่มสื่อสาร ADVANC ปิดที่ 349 บาท เพิ่มขึ้น 7 บาทหรือ 2.05% กลุ่ม ปตท. อาทิ OR ปิดที่ 15.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาทหรือ +7.59% PTTGC ปิดที่ 25.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท หรือ+5.81%
อย่างไรก็ตาม มีแรงขายกลุ่มแบงก์ นำโดย BBL กดราคาปิดที่ 160.50 บาท ร่วง 10 บาทหรือ-5.87% ผิดหวังกำไรไตรมาสที่ 4/2568 ต่ำกว่าคาด ลดลง -44% QoQ, -25% YoY ต่ำกว่า Consensus คาด 27% เพราะค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาดการณ์
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันนี้ปรับตัวขึ้นแรง คาดว่าจะเป็นผลมาจาก Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่องเป็น Sentiment บวก แต่ยังต้องระวัง เพราะหุ้น DELTA ตัวเดียวมีผลต่อดัชนี 15 จุด ดังนั้นจึงมองหุ้นไปต่อได้แต่ไม่ไกล โดยรอบนี้มองด่านไว้ในกรอบ 1,330-1,350 จุด ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารกดดัน เนื่องจากยังปล่อยสินเชื่อได้ยากจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
พรุ่งนี้ (22 ม.ค.)ตลาดยังมีโอกาสไปต่อได้ โดยมีแนวรับ 1,300 จุดแนวต้าน 1,330-1,350 จุด พร้อมให้ติดตามสถานการณ์ในสหรัฐฯ
บล.ธนชาต ระบุ DELTA นํา SET ปรับขึ้นเด่น สวนทางหุ้นโลก พร้อมแรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ โดย Valuation SET ที่อยู่โซนล่าง ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่กลับมาสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ทําให้โมเมนตัมดูดีขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับแรงหนุนของ Fund Flow ต่างชาติที่ซื้อสะสมหุ้นไทยติดต่อกัน 5 วัน ราว 1.3 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางบาทแข็งค่ายิ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุน Fund Flow ไหลเข้าไทย พร้อมมองเป้าหมาย Election Rally ที่ 1,330-1,350 จุด
ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลก ได้เผยแพร่รายงาน Global Economic Prospects มีการปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.8% เพิ่มขึ้น 0.1% จากเมื่อเดือนมิ.ย.มื่อ มิ.ย. 2568 ถึง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ และคาดว่าปี 2570 จีดีพีไทยจะขยายตัวเพิ่มได้2.5% ส่วนจีดีพีปีที่ผ่านมาคาดว่าจะขยายตัวได้1.0% ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังโตต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดยปี 2569 คาดว่า เวียดนามจะขยายตัว 6.3% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของภูมิภาค ตามมาด้วย ฟิลิปปินส์ 5.3% อินโดนีเซีย 5% กัมพูชา 4.3% มาเลเซีย 4.1% สปป.ลาว 4.0% เมียนมา 3.0% และไทย
