HoonSmart.com>> Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตลาดยังตอบรับเชิงบวกต่อสัญญาณการหมุนกลุ่มลงทุน มองการปรับฐานเป็นเพียง Healthy Correction มากกว่าการเข้าสู่โหมด Risk-off ด้านปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการยังคงหนุนตลาดหุ้น แนะนำจัดพอร์ตแบบ Barbell สร้างสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นมั่นคง พร้อมถือทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เพื่อรับมือความผันผวนระยะถัดไป
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกปรับตัวผสมผสาน โดยยังเห็นกระแสการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) อย่างชัดเจน โดย หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staples) ปรับตัวโดดเด่น จากการปรับขึ้นของหุ้น Walmart หลังมีข่าวว่า บริษัทจะเข้าร่วมดัชนี Nasdaq-100 ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) ปรับลดลง แม้ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง แต่ถูกกดดันจากแนวคิดของประธานาธิบดีทรัมป์ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10%
ในส่วนของตลาดภูมิภาค ตลาดเอเชีย หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง จากความคาดหวังเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมือง ภายหลังนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ส่งสัญญาณเตรียมยุบสภา อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ตลาดตราสารหนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นราว 6 basis points (bps) แม้ Core CPI ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับภาวะตลาดแรงงานที่ยังไม่ชะลอตัวมากนัก รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่ยังคงเข้มงวด ส่งผลให้การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ถูกเลื่อนออกไป ส่วน บอนด์ยีลด์ไทย ผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศและความกังวลด้านอุปทานจากการประมูลพันธบัตรในประเทศ
สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่อิหร่านไปจนถึงกรีนแลนด์ รวมถึงประเด็นความเป็นอิสระของ FED
ภาพรวมตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ มองว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยังมีสาเหตุหลักจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ โดยทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่างใช้นโยบายที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เพิ่มความเปราะบางด้านการคลังและเสถียรภาพในระยะถัดไป ส่งผลให้นักลงทุนต้องการค่าชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) สูงขึ้น อย่างไรก็ดี สัญญาณจาก Market Breadth ที่ยังแข็งแรง รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง หลังกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ทยอยออกมาดีกว่าคาด สะท้อนว่าตลาดหุ้นยังมีฐานรองรับ และยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off อย่างชัดเจน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบ “Barbell Strategy” โดยผสมผสานการลงทุนระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ยังได้รับแรงหนุนจาก ผลประกอบการและแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป กับ หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ท่ามกลาง Tail risk ที่ยังมีอยู่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เพื่อทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงิน และประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

