
โดย…สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP นักวางแผนการเงิน
.
ช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด แต่ก็เกิด อย่างเช่น เหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ และเครนถล่มที่สีคิ้ว และพระราม 2 ทั้ง 2 เหตุการณ์ล้วนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากมาย
แต่ทั้ง 2 เหตุการณ์มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ เกิดความเสี่ยงขึ้นซ้ำหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้งแรกไม่นาน อย่างเช่น ที่หาดใหญ่หลังน้ำท่วมผ่านไปไม่กี่วัน ฝนก็ตกหนัก บางพื้นที่น้ำท่วมรอบ 2 หรือเหตุการณ์เครนถล่มที่สีคิ้ว ผ่านไปวันเดียว ก็เกิดเหตุการณ์เครนถล่มที่พระราม 2 โดยผู้รับเหมาทั้ง 2 เหตุการณ์ คือ อิตาเลียนไทย
ทิ้ง 2 เหตุการณ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนและน่ากลัวของสิ่งที่เรียกว่า กฎของ Murphy (Murphy’s Law) ซึ่งกล่าวไว้ว่า “อะไรก็ตามที่มีโอกาสจะผิดพลาด มันจะผิดพลาดแน่นอน” (Anything that can go wrong, will go wrong)
เมื่อนำเหตุการณ์สะเทือนใจนี้มาวิเคราะห์ร่วมกับกฎของ Murphy เราสามารถถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำงานได้ดังนี้ครับ
1. ความประมาทคือ “เชื้อเพลิง” ของกฎของ Murphy
หลายคนมองกฎของ Murphy เป็นเรื่องของโชคชะตา แต่จริงๆแล้ว กฎของ Murphy เป็นเรื่องของสถิติและความน่าจะเป็น
• บทเรียน: ในการใช้ชีวิต หากเราเห็นช่องโหว่เล็กๆ (เช่น สภาพรถไม่ดี, ร่างกายอ่อนเพลียแต่ยังฝืนขับรถ) อย่าคิดว่า “คงไม่เป็นไร” เพราะกฎของ Murphy รอจังหวะที่ “ประจวบเหมาะ” ที่สุดเพื่อแสดงผลของมันเสมอ
• แนวทาง: ให้เปลี่ยนจาก “คงไม่เป็นไร” เป็น “ถ้ามันเกิดขึ้น เราจะรับมืออย่างไร”
2. Swiss Cheese Model: เมื่อรูโหว่ตรงกัน
ในทางวิศวกรรมและความปลอดภัย มักใช้โมเดล “เนยแข็งสวิส”อธิบายว่า อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเดียว แต่เกิดจากความผิดพลาดหลายชั้น (เช่น อุปกรณ์เสื่อม + คนคุมประมาท + สภาพอากาศ) ที่บังเอิญมาตรงกันพอดี
• บทเรียน: การรอดพ้นจากความซวยในอดีต ไม่ได้แปลว่าเราเก่ง แต่อาจเพราะ “รูโหว่” ยังไม่ตรงกันในวันนั้น
• แนวทาง: อย่าไว้ใจในโชคชะตา (Complacency) ให้หมั่นอุดรูโหว่ในชีวิตตนเองสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการเงิน สุขภาพ และความปลอดภัย
3. การเตรียมพร้อมสำหรับ “Worst-Case Scenario”
กฎของ Murphy สอนให้เรามองโลกในแง่ร้ายอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Pessimism)
• บทเรียน: การคาดการณ์ถึงสิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่การแช่งตนเอง แต่เป็นการเตรียม “แผนสำรอง”
• แนวทาง: ในทุกโปรเจกต์ของชีวิต ควรมี Plan B เสมอ เช่น การทำประกันภัย, การมีเงินสำรองฉุกเฉิน หรือการตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำ (Double Check) ก่อนเริ่มงานสำคัญ
4. ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม (Collective Responsibility)
เหตุการณ์เครนถล่มมักส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
• บทเรียน: ความประมาทของเราอาจกลายเป็นกฎของ Murphy ของคนอื่น
• แนวทาง: ดำเนินชีวิตด้วยความตระหนักว่า ทุกการกระทำของเราส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง การเคร่งครัดต่อกฎระเบียบไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นการรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์
วิธีในการรับมือกับ กฎของ Murphy ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำได้หลายแนวทาง อย่างเช่น แนวทางการประเมินความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
แนวทางการประเมินความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน (Risk Assessment)
เราสามารถนำหลักการ “ถ้ามันจะซวย มันต้องซวย” มาปรับใช้เพื่อป้องกันตัวเองได้ดังนี้ครับ:

สรุปหลักการที่ง่ายที่สุดในการเอาชนะกฎของ Murphy คือ การไม่ทึกทักไปเอง “Assume Nothing”
• อย่าคิดว่า… เขาตรวจเช็คมาดีแล้ว
• อย่าคิดว่า… ครั้งที่แล้วทำแบบนี้ก็ไม่เห็นเป็นไร
• อย่าคิดว่า… โชคจะเข้าข้างเราเสมอ
ข้อคิดปิดท้าย:
ในทางสถิติ “อุบัติเหตุ” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ ผลรวมของความประมาทเล็กๆ ที่มาเจอกันในเวลาที่ผิด การทำลายกฎของ Murphy จึงไม่ใช่การพึ่งดวง แต่คือการสร้างระบบที่ “ความประมาทเล็กๆ” ไม่สามารถรวมตัวกันได้
“เราห้ามกฎของ Murphy ไม่ให้ทำงานไม่ได้ แต่เราลดโอกาสที่มันจะเกิดขึ้นได้ด้วย ‘ความไม่ประมาท’ และ ‘มาตรฐานที่สูงขึ้น’ ”

