By…พี่ใส่ใจ
www.HoonSmart.com “เสนอความจริงทุกการลงทุน” ขึ้นปีที่ 9 วันที่ 19 ม.ค.2569
มหากาพย์หุ้น More (มอร์ รีเทิร์น ) กว่า 3 ปี ที่เรื่องราวยังดำเนินต่อไปถึงวันที่โบรกเกอร์กว่า 10 แห่ง กลับมาเป็นอิสระทางการเงินอีกครั้ง แม้ว่าบรรดาผู้ร่วมขบวนการกับ “ปิงปอง-อภิมุข บำรุงวงศ์” ทยอยเดินเข้าคุกแล้ว และที่ประกันตัวออกมาบ้างแล้ว และบางส่วนที่ยังร้องขอความเป็นธรรม 16 ก.พ.นี้ จะต้องเดินตามตระกูล “พรประภา” ไปหรือไม่
ความเดิมตอนที่ 7. คำสั่งที่ผิดปกติ นายอภิมุข บำรุงวงศ์ (ปิงปอง) จำนวน 1,500 ล้านหุ้น และเป็นคำสั่งขายจากบุคคลในกลุ่มที่พร้อมจับคู่รายการซื้อขาย 1,500 ล้านหุ้นเช่นกัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณเกือบ 4,500 ล้านบาท
แล้วคำสั่งที่ผิดปกติเหล่านี้ กลไกตลาด ทำไมถึงปล่อยให้ออเดอร์แบบนี้ผ่านไปได้ จนเกิดความเสียหายเป็นมหากาพย์ของตลาดหุ้นไทย ที่เป็นเนื้อร้ายกับหุ้นไทยถึงทุกวันนี้
8. ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีโปรแกรมการตรวจจับการซื้อขายที่ผิดปกติไปจากค่าเฉลี่ยของการซื้อขายในหุ้นแต่ละตัวไว้ เพื่อใช้คัดกรองการซื้อขายหุ้นแต่ละตัว ไม่ให้มีการซื้อขายที่ผิดปกติ ป้องกันการปั่นหุ้น และอื่น ๆ ที่จะสร้างความเสียหายแก่นักลงทุน สำหรับหุ้น More รวมทั้ง More -R ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งค่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 360 ล้านบาท
ค่าความผิดปกติหรือมีการกระจุกตัวของการซื้อขายอยู่ที่ 20% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย หรือประมาณ 70 ล้านบาท โดยเมื่อหุ้นใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีมูลค่าการซื้อขาย ณ ขณะใด-ขณะหนึ่ง ถึงระดับค่าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งไว้ โปรแกรมการตรวจจับกำกับดูแลการซื้อขายของตลาด (Market Surveillance) จะแจ้งเตือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้หุ้นนั้น ๆ มีการซื้อขายที่ผิดปกติ สร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุน
9.ช่วงเวลา 9.30 น – 9.58 น.(เรียกว่าช่วง Pre-Open ถึงช่วง Open ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเปิดรับคำสั่งซื้อขายจนถึงเปิดการซื้อขาย) ระบบการตรวจจับกำกับดูแลการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการแจ้งเตือนเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนเกิดการจับคู่รายการซื้อขาย เพราะคำสั่งซื้อขายหุ้น More และ More-R มีมูลค่าการซื้อขายผิดปกติไปจากค่าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งไว้ถึง 60 กว่าเท่าตัว
แต่ไม่พบว่า มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อระงับยับยั้งรายการซื้อขายที่ผิดปกติอย่างร้ายแรงนี้ หรือตามที่เคยได้กระทำมาก่อนในกรณีหุ้นตัวอื่น ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายแก่นักลงทุน ทั้งที่มีเวลาถึง 28 นาที ก่อนตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเปิดทำการ
เวลา 9.58 น.ของวันที่ 10 พ.ย. 2565 รายการซื้อขายหุ้น More และ More-R ของนายอภิมุขและพวก จับคู่รายการที่ราคา 2.90 บาท จำนวน 1,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 4,350 ล้านบาท และเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังปล่อยให้มีการซื้อขายไปตลอดทั้งวัน ไม่มีแม้แต่การแจ้งเตือนนักลงทุนถึงความผิดปกตินี้ทั้งสิ้น
จนหุ้น More และ More-R มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คือเป็นมูลค่า 7,000 กว่าล้านบาท และจากราคาเปิดตลาดที่ 2.90 บาท หุ้นนี้กลับร่วงอย่างรุนแรงมาปิดที่ราคา Floor ของวัน ที่ราคา 1.95 บาท ลดลง 0.95 บาทจำนวนหุ้นที่ซื้อขายสูงถึงเกือบ 2,800 ล้านหุ้น สร้างความเสียหายแก่นักลงทุนอย่างมาก
10. วันที่ 11 พ.ย. 2565 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งกับบางโบรกเกอร์ให้ดำเนินการลดวงเงินการซื้อขายของนายอภิมุข เพราะมีข้อมูลว่า นายอภิมุขได้ทำการซื้อขายหุ้น More และ More-R โดยการจับคู่กันเองในกลุ่ม ซึ่งโบรกเกอร์โดยส่วนมากระงับการซื้อขายของนายอภิมุข ไปก่อนหน้า ที่จะได้รับการแจ้งเตือนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว เพราะการซื้อขายหุ้นของนายอภิมุขในวันที่ 10 พ.ย. 2565 มีความผิดปรกติอย่างร้ายแรง
ข้อสงสัยตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบพฤติกรรมการซื้อขายหุ้นของนายอภิมุขและพวก ว่ามีการซื้อขายหุ้นจับคู่กันเองและผลักดันราคาในหุ้นอื่นก่อนหุ้น More มาตั้งแต่ปี 2564 แต่ทำไมจึงยังปล่อยให้เกิดกรณีหุ้น More
11.วันที่ 12 พ.ย. 2565 นายอภิมุขพร้อมทนายความขอเข้าพบผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ฯและโบรกเกอร์ที่ตนเองทำรายการซื้อหุ้น More และ More-R ในที่ประชุมร่วม “ CEO Networking “ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และโบรกเกอร์ “ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อแจ้งให้ผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ และโบรกเกอร์ที่ตนเองทำรายการซื้อด้วยว่า ตนเองไม่สามารถชำระเงินค่าซื้อในวันที่ 14 พ.ย. 2565ได้
12. วันที่ 13 พ.ย. 2565 นายอภิมุข พร้อมทนายความ ขอเข้าพบผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ฯและโบรกเกอร์ ที่ตนเองทำรายการซื้อหุ้น More และ More-R อีกครั้ง ที่ห้องประชุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยืนยันว่า ตนเองไม่สามารถชำระค่าซื้อให้กับโบรกเกอร์ที่ตนเองทำการซื้อผ่านได้ และตอบข้อซักถามของโบรกเกอร์ผู้เสียหาย
โดยการยอมรับว่า เป็นการทำรายการซื้อเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มบุคคลที่รู้จัก เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นสามารถขายหุ้นได้ราคาสูง ก่อนที่หุ้นแปลงสภาพจากใบสำคัญแสดงสิทธิ์ ( warrant) ของหุ้น More ซึ่งมีจำนวนมาก จะเข้าซื้อขายในเวลาอันใกล้ โดยอภิมุข เรียกหุ้น More ที่เกิดจากการวอร์แรนต์ที่จะเข้าซื้อขายนี้ว่า “ขยะ” และยอมรับว่า ตนเองได้มีการนัดแนะการทำรายการซื้อขายกัน และตนเองไม่สามารถจ่ายค่าซื้อมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ให้โบรกเกอร์ได้
13. ตลาดหลักทรัพย์ฯ รู้ดีว่า การซื้อขายหุ้น More และ More-R ของนายอภิมุขและพวก เป็นการซื้อขายที่ผิดปกติ และเป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งจากหลักฐานที่มีในระบบการซื้อขายและคำบอกเล่าของนายอภิมุขเอง ก่อนวันครบกำหนดการชำระราคาในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565
14. โบรกเกอร์ผู้เสียหาย เรียกร้องให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกเลิกรายการซื้อขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายอภิมุขและพวกต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักหักบัญชี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้นายอภิมุขและพวกได้รับเงินค่าขายมูลค่าสูงถึงเกือบ 4,500 ล้านบาท จากการกระทำที่ไม่สุจริต
15. 14 พ.ย. 2565 ครบกำหนดการชำระราคา (เคลียร์ริ่ง) รายการซื้อขายหุ้น More และ More-R ของนายอภิมุขและพวก โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักหักบัญชี ยังให้รายการซื้อขายที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายนี้ ดำเนินการชำระราคาไปตามปกติ เสมือนเป็นรายการที่ถูกต้องชอบธรรม
เมื่อรายการซื้อขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เดินไปถึงขั้นตอนเคลียร์ริ่ง T+2 สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ จึงต้องออกโรงเรียกร้องให้ระงับการเคลียร์ริ่ง ติดตาม MORE ความจริงที่ถูกปิดไว้ วันจันทร์ที่ 19 ม.ค.ตอนจบ

