By…พี่ใส่ใจ
www.HoonSmart.com “เสนอความจริงทุกการลงทุน” ขึ้นปีที่ 9 วันที่ 15 ม.ค.2569
มหากาพย์หุ้น More (มอร์ รีเทิร์น ) กว่า 3 ปี ที่เรื่องราวยังดำเนินต่อไปถึงวันที่โบรกเกอร์กว่า 10 แห่ง กลับมาเป็นอิสระทางการเงินอีกครั้ง แม้ว่าบรรดาผู้ร่วมขบวนการกับ “ปิงปอง-อภิมุข บำรุงวงศ์” ทยอยเดินเข้าคุกแล้ว และที่ประกันตัวออกมาบ้างแล้ว และบางส่วนที่ยังร้องขอความเป็นธรรม 16 ก.พ.นี้ จะต้องเดินตามตระกูล “พรประภา” ไปหรือไม่
ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565
การซื้อขายหุ้น More ที่ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจปล้นโบรกเกอร์กลางอากาศมูลค่า เกือบ 4,500 ล้านบาท และยังส่งผลสร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนในหุ้นตัวนี้อีกมหาศาล ส่งผลสั่นคลอนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยและกับหน่วยงานกำกับดูแล จนทำให้ปริมาณการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าสู่ภาวะวิกฤติสืบเนื่องมายาวนานนั้น
และท่ามกลางความเข้มข้นของคดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ในปัจจุบัน โดยมีการออกหมายจับบุคคลดังเป็นจำนวนมาก และบุคคลที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้หลายคนยังอยู่ในคุกรวมทั้งไฮโซตระกูลดัง แต่กลับมีเพียงบางคนที่ได้รับอนุญาตให้ได้รับการประกันตัวอย่างน่าสงสัยนั้น
เราได้รับรู้รับทราบข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการกับผู้ร่วมขบวนการนี้ตามกฏหมายเป็นจำนวนมากและต่อเนื่อง แต่ข้อสงสัยหนึ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของทั้งโบรกเกอร์ผู้เสียหาย นักลงทุนและสาธารณชนก็คือ หุ้น More หุ้นตัวเล็กๆราคาหลักบาทสองบาท มีปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยก่อนหน้าวันเกิดเหตุพียงมูลค่าวันละหลักร้อยล้านบาท แต่เหตุไฉนวันที่ 10 พ.ย. 2565
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลในการซื้อขายหุ้นในตลาดให้เรียบร้อยถูกต้องตามกฏหมาย เป็นธรรม จึงปล่อยให้เกิดรายการซื้อขายหุ้น More จำนวน 1,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าถึงเกือบ 4,500 ล้านบาท โดยเกิดขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีที่ตลาดหุ้นเปิดทำการซื้อขาย และเพื่อให้การไล่เลียงเหตุการณ์เป็นลำดับและชัดเจนจึงขอนำเสนอเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1.ผู้ส่งคำสั่งซื้อตามที่ทุกคนทราบกันดีคือนายอภิมุข บำรงศ์วงศ์ หรือ “ปิงปอง” อายุขณะนั้น 30 ต้น ๆ เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดในโบรกเกอร์ จึงมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการซื้อขายหุ้นและการชำระราคาซื้อขายเป็นอย่างดี และตามข่าวนายอภิมุขมีความสนิทสนมกับบุคคลที่มีชื่อเรียกกันในวงการในฐานะเซียนหุ้นว่า “เฮีย__” โดยนายอภิมุขเรียกบุคคลนี้ว่า “นาย”
2.ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อมูลว่านายอภิมุขและพวก จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวได้ทำการซื้อขายหุ้น โดยได้ร่วมกันสร้างราคาและ หรือปริมาณการซื้อขายหุ้น COMAN ในระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม-18 มิถุนายน 2564 ก่อนเกิดเหตุการณ์หุ้น More เป็นเวลาปีเศษ ด้วยการผลักดันราคาและจับคู่กันเองในกลุ่มในปริมาณมาก เช่นเดียวกับที่ทำกับหุ้น More
ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายของหุ้น COMAN และมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น COMAN ผิดไปจากสภาวะปรกติ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯแจ้งข้อมูลนี้กับ ก.ล.ต เพื่อให้ดำเนินการตามกฏหมายกับนายอภิมุขและพวก แต่ข้อมูลการกระทำของนายอภิมุขและพวกไม่ได้เคยถูกเปิดเผย มาเปิดเผยจากข่าวของ ก.ล.ต เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568
3..มีข้อมูลการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนของกลุ่มผู้ก่อการ โดยเริ่มต้นให้นายอภิมุขไปตระเวณเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่าง ๆ 10 กว่าโบรกเกอร์ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีของ ปี 2565 โดยที่นายอภิมุขใช้หลักฐานแสดงสินทรัพย์ทางการเงินเดียวกันกับทุกโบรกเกอร์ เพื่อให้ได้รับวงเงินซื้อขายหุ้นในบัญชีเงินสด ( Cash Account) ในแต่ละโบรกเกอร์ คือหุ้นที่มีอยู่ใน port ที่โบรกเกอร์แห่งหนึ่ง โดยส่วนใหญ่คือหุ้น More และ More-R ( หุ้น More-R เป็นหุ้นสำหรับให้ต่างชาติถือครองได้ โดยได้รับเงินปันผลแต่ไม่มีสิทธิในการโหวตออกเสียงเหมือนกับผู้ถือหุ้นทั่วไป) นายอภิมุขและพวกซื้อหุ้น
More-R เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยสัดส่วนการถือครองหุ้นนี้ มีเพียงตลาดหลักทรัพย์ฯผู้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ทราบชัดเจนว่า หุ้น More-R ที่ควรมีแต่ชาวต่างชาติซื้อนั้น มีคนไทยคือกลุ่มของนายอภิมุขถือครองเป็นจำนวนมาก โดยที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ควรจะเล็งเห็นความผิดปรกตินี้ และดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อมูลการซื้อขายหุ้นที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของนายอภิมุขและพวกก่อนหน้านี้ครบถ้วนอยู่แล้ว แต่กลับไม่พบว่าดำเนินการใดกับความผิดปรกตินี้
มูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นใน port ของนายอภิมุขที่ใช้แสดงกับโบรกเกอร์เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น อยู่ในระดับ 500-700 ล้านบาท และตามเกณฑ์กำกับโบรกเกอร์ของ ก.ล.ต. ให้ใช้แนวทางสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยในการให้วงเงินซื้อขายกับลูกค้าได้ไม่เกิน 1 เท่าของหุ้นใน port ที่นำมาแสดงกับโบรกเกอร์ จึงทำให้นายอภิมุขได้วงเงินในการซื้อขายหุ้นในระดับสูง โบรกเกอร์แต่ละที่จะไม่รู้ว่านายอภิมุขเปิดบัญชีในหลาย ๆ ที่ เนื่องจากถือบัญชีซื้อขายหุ้นของลูกค้าเป็นความลับตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต
5.นายอภิมุขได้ขอให้แต่ละโบรกเกอร์ปล่อยวงเงินสินเชื่อ (magin loan) เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ให้ตนเอง โดยใช้หุ้น More เป็นหลักประกันในอัตรา 50% โดยมีโบรกเกอร์ 2-3 แห่ง ที่ให้ตามที่ขอ และเมื่อการขอสินเชื่อเพื่อการซื้อขายหุ้น More ไม่เป็นไปตามแผน จึงเปลี่ยนมาใช้บัญชีเงินสดที่เปิดในแต่ละโบรกเกอร์เป็นเครื่องมือในการกระทำการแทน และในการซื้อขายหุ้นนายอภิมุขต้องวางหลักประกันในอัตรา 20 % ของวงเงินซื้อขาย จึงจะซื้อขายได้ตามเกณฑ์
6.วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 นายอภิมุขได้มีการส่งคำสั่งซื้อหุ้น More และหุ้น More-R ในราคา 2.98 บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาปิดของวันก่อนหน้าที่ 2.78 บาท และกลุ่มบุคคลที่ขายก็ได้ส่งคำสั่งขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่นายอภิมุขตั้งซื้อเพื่อให้จับคู่กันพอดี
โดยนายอภิมุขได้มีการส่งคำสั่งซื้อในช่วงหลังตลาดหุ้นปิดทำการซื้อขาย ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเรียกกันว่าเป็นการส่งคำสั่งแบบ Over Night โดยผ่านระบบการซื้อขายที่เรียกว่า “ Streaming” ซึ่งเป็นระบบซื้อขายกลางที่บริษัท “Settrade” ซึ่งบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาระบบ ส่วนฝั่งขายก็ส่งคำสั่งแบบ Over Night เช่นกัน โดยเป็นการส่งคำสั่งแบบ online ด้วยตนเองทั้งหมด มีการใช้อินเตอร์เนตที่มี IP Address เดียวกันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ในลักษณะที่ฝั่งผู้ขายได้อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บัญชีตนเองทำการซื้อขายให้
7.คำสั่งซื้อของนายอภิมุขและคำสั่งขายของบุคคลในกลุ่มที่ส่งคำสั่งไว้ตั้งแต่ภายหลังตลาดหุ้นปิดทำการในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ได้เข้าสู่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงเวลา 9.30 น. ของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565
โดยเป็นคำสั่งซื้อหุ้น More จากนายอภิมุข จำนวน 1,500 ล้านหุ้น และเป็นคำสั่งขายจากบุคคลในกลุ่มที่พร้อมจับคู่รายการซื้อขาย 1,500 ล้านหุ้นเช่นกัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณเกือบ 4,500 ล้านบาท
แล้วคำสั่งที่ผิดปกติเหล่านี้ กลไกตลาด ทำไมถึงปล่อยให้ออเดอร์แบบนี้ผ่านไปได้ จนเกิดความเสียหายเป็นมหากาพย์ของตลาดหุ้นไทย ที่เป็นเนื้อร้ายกับหุ้นไทยถึงทุกวันนี้
ติดตาม MORE ความจริงที่ถูกปิดไว้ ตอนที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.ต่อไป

