โตเกียวมารีนไลฟ์เพิ่มทุน 3.3 พันลบ. เสริมแกร่งสินค้า-เทคโนโลยี-ตัวแทน

HoonSmart.com>>โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เพิ่มทุนครั้งใหญ่นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดไทยรวม 3,300 ล้านบาท ดันคาร์ เรโชว์พุ่ง 700% รองรับการเติบโตในอีก 10 ปีข้างหน้า เสริมแกร่งสินค้า-บริการ-เทคโนโลยี-ตัวแทน ปรับพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนทศวรรษใหม่รับดอกเบี้ยขาลง สังคมสูงอายุ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขยายฐานธุรกิจระยะยาวในไทย

นายทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท นับเป็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582.62 ล้านบาท อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio เพิ่มจากระดับ 554% เป็น 700% สินทรัพย์รวมหลังการเพิ่มทุนเพิ่มเป็น 60,000 ล้านบาท จากเดิม 57,458 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในอีก 10 ปีข้างหน้า

สำหรับ เงินเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว จะนำไปใช้ 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย
1.ขยายธุรกิจและรองรับความเสี่ยงใหม่ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่นการลงทุนในเทคโนโลยี และระบบการทำงาน เพื่อยกระดับเครื่องมือการทำงานของตัวแทน เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ที่ดีให้แก่ลูกค้า
2.เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต
3.ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย สะท้อนเจตนารมณ์ของกลุ่มโตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ที่มองไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“การเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความไว้วางใจช่วยให้สามารถรับความเสี่ยงที่ผ่านการประเมินแล้ว เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากขึ้น เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และพัฒนาเครื่องมือรวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของโตเกียวมารีนโฮลดิ้งที่จะสนับสนุนธุรกิจประกันในไทย ที่เป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต รักษาความไว้วางใจต่อไปอีกกว่า 100 ปีข้างหน้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ท่ามกลางความท้าทาย ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยต่ำ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น”นายทาคาชิ กล่าว

นายทาคาชิ กล่าวว่า ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและในยุคที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยังต้องการแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง การเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ และการประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาเหมาะสมจับต้องได้ โดยบริษัทฯมีประกันสุขภาพเหมาจ่าย โตเกียว กู๊ด เฮลธ์ โบนัส ถ้าไม่เคลมตั้งแต่ 2 ปีจะได้โบนัสที่เป็นส่วนลดเบี้ยประกันปีถัดไปตั้งแต่ 15% จนถึง 30% ซึ่งถือว่าสูงสุดในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ารักษาสุขภาพให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาประกันสุขภาพเด็กรูปแบบใหม่ ในราคาที่เข้าถึงได้ และรักษาความมั่นคงทางการเงินให้ผ่านทุกช่วงเวลาสำคัญให้ทันกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในระยะยาว ซึ่งบริษัทฯมีแบบประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิต ลิงค์ โตเกียว บียอนด์ มีการเก็บค่าธรรมเนียมในปีแรกน้อยมาก เพื่อให้ลูกค้ามีเงินเหลือไปลงทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของกลุ่มโตเกียวโฮลดิ้ง ที่ยึดถือมาโดยตลอดกว่า 150 ปีในการที่จะปกป้องเบี้ยประกันภัยที่ลูกค้าฝากไว้กับบริษัท ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดี มีความคุ้มครองที่เพียงพอไว้ใช้ในช่วงวัยเกษียณ

สำหรับ ตลาดประกันในไทย ทางบริษัทโตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ จึงได้มาลงทุนทำธุรกิจทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจได้การสนับสนุนด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วยให้ลูกค้าและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และในปี 2561 ได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท ประกันคุ้มภัย กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ขยายความสามารถในการให้บริการลูกค้าชาวไทยให้กว้างขวางขึ้น ผลงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริง และความต่อเนื่องของกลุ่มโตเกียวมารีนโฮลดิ้งต่อประเทศไทย

ลดพันธบัตรรัฐ 15% ลงหุ้นเพิ่ม 5%

น.ส.ยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ-บริหารการเงิน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2568 แยกเป็น เบี้ยปีแรก 1,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เบี้ยชำระครั้งเดียว 420 ล้านบาท และเบี้ยลูกค้าเก่าต่ออายุ 9,100 ล้านบาท

สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,473 ล้านบาท จากปี 2567 ที่มีเบี้ยรับรวม 9,851 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตในทุกด้าน แยกเป็นเบี้ยปีแรก 1,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ,เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เบี้ยปีต่ออายุ 8,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%

ทั้งนี้ จากการที่ปี 2568 เป็นปีแรกที่ปรับเข้าสู่มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 บริษัทฯมีกำไรก่อนภาษี 440 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% แบ่งเป็น กำไรจากการประกันภัย 300 ล้านบาท,กำไรจากการลงทุน 100 ล้านบาท และรายได้อื่น 40 ล้านบาท

ด้านกลยุทธ์ลงทุนปี 2569 บริษัทฯได้ปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่ จากเงินลงทุนทั้งหมด 60,000 ล้านบาท จะลดการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลลง 15% เหลือ 70% จากปี 2568 ที่มีสัดส่วน 85%, เพิ่มการลงทุนในหุ้นกู้ 10% เป็น 15% จากปัจจุบัน 5% และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอีก 5% เป็น 7% ซึ่งจะเน้นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ลงทุนในหุ้นไทย 2% ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.5% หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท เป็น 3.8-4% จากปี 2568 ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน 3.0–3.3% อย่างไรก็ตาม การปรับสัดส่วนการลงทุนจะค่อยเป็นค่อยไปภายใน 4-5 ปีนับจากนี้ ไม่ได้ปรับครั้งเดียวในปีเดียว

“อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงต่อเนื่องตลอดปี ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง โดยบริษัทฯตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้าควบการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 30% ใน 7 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% สินค้าที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 50% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ประกันสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ เบี้ยชำระครั้งเดียว ที่เหลือเป็นประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง โดยมองว่าบริษัทที่จะอยู่รอดได้จะต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อทุก ๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรับพอร์ตลงทุนนี้จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น”น.ส.ยุวดี กล่าว

สร้างตัวแทน Start Up ภายใน 6 สัปดาห์

ดร. สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการและสายงานตัวแทน บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการที่โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์เพิ่มทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ ทำให้สถานะเงินทุนของบริษัทมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ในความสามารถการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกช่วงชีวิต

อีกทั้งขยายช่องทางการขายผ่านตัวแทน ซึ่งเป็นช่องทางการขายหลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญการลงทุนนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของโตเกียวมารีนประกันชีวิต

ในปี 2569 ตั้งเป้าตัวแทนรวม 8,000 คน เพิ่มขึ้น 1,467 คน โดยจะมีการจัดกิจกรรม The Next Gen สนับสนุนการรีครูทตัวแทนใหม่ทุกเดือน ,ทำหลักสูตร ตัวแทน Start Up พัฒนาตัวแทนใหม่ให้กลายเป็นมืออาชีพภายใน 6 สัปดาห์ ขับเคลื่อนตัวแทนใหม่สู่เป้าหมายสูงสุด New Gen Agent ทำงาน 5 ปี รับผลประโยชน์รวมมากกว่า 9 ล้านบาท

ด้านเบี้ยรับรวมผ่านช่องทางตัวแทน ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากปี 2568 แยกเป็นเบี้ยปีแรก 1,100 ล้านบาท ลดลง 8.8% เบี้ยปีต่ออายุ 6,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% โดยจะเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า ILP,โรคร้ายแรก และประกันอุบัติเหตุ ให้ได้มากกว่า 20%

ส่วนปี 2568 ที่ผ่านมา ด้วยความไว้วางใจของลูกค้า และพลังตัวแทน ทำให้บริษัทฯมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างเหนือความคาดหมาย เบี้ยปีแรกและเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 100% ในส่วนของสินค้าควบการลงทุน มีการเพิ่มขึ้นสูงติดอันดับ 4 ของตลาด และตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาช่องทางตัวแทนยังเป็นช่องทางหลักของบริษัท

ในปี 2569 นี้ บริษัทพร้อมยกระดับขีดความสามารถและภาพลักษณ์ตัวแทนให้ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการนำเสนอขาย และให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ ยิ่งขึ้น ซึ่งมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ ทั้งประกันสุขภาพเด็กแผนใหม่ และประกันสุขภาพทั่วไป ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการจ่ายค่ารักษาเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันถูกลง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงประกันได้ในราคาเบี้ยที่จับต้องได้
รวมถึง ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ILP เพิ่มทางเลือกในการได้รับความคุ้มครอง และการลงทุนที่จูงใจมากขึ้น

สำหรับบริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) เป็นบริษัทลูกของบริษัทโตเกียวมารีนอินชัวรันส์ ที่ถือหุ้นโดย โตเกียวมารีนโฮลดิ้ง (TYO) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

รายงานโดย วารุณี อินวันนา