โบรกฯ คาดหุ้นบวกตามทิศทางต่างประเทศ ได้แรงหนุนดาวโจนส์พุ่ง ราคาน้ำมันฟื้นตัว หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน คาดแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ปรับตัวขึ้น แนวต้าน 1641/1650 จุด แนวรับ 1622/1616 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากอิตาลีเตรียมปรับลดงบประมาณขาดดุลลงสู่ 2% จาก 2.4%ของ GDP คลายความไม่แน่นอนในยูโรโซน ผสานราคาน้ำมันดิบรีบาวด์ หนุนกลุ่มพลังงานฟื้นนำตลาดได้
นอกจากนี้ เอเชียได้แรงหนุนจาก MSCI Rebalance 30 พย นี้ ที่จะมีกระแสเงินสูง 3400ล้านเหรียญฯ และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก ผสานความคืบหน้าการเมือง เข้าใกล้กำหนดการหารือ ระหว่าง คสช. กับ พรรคการเมืองวันที่ 7 ธ.ค. หนุน Election Rally ได้ สำหรับการลงทุนวันนี้แนะ Theme “Election Play”: STEC, AMATA, CK
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินดัชนีฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ทิศทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น หลังฝ่ายรัฐบาลยืนยันกำหนดเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ไว้ การปิดรายชื่อผู้สมัครเข้าพรรคการเมืองวานนี้ มีแนวโน้มที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะรับเสียงสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดหุ้น รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกและราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น เป็นบวกสั้น ๆ ต่อหุ้นน้ำมัน-โรงกลั่นฯ อย่างไรก็ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ คาดจะถูกปรับลดลงหลังประชุม OPEC หลัง demand อาจชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ
ปัจจัยในประเทศ รัฐบาลกำลังเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ หลัก ๆ คือเพิ่มกำลังซื้อ ซึ่งเป็นบวกต่อธุรกิจด้านการพาณิชย์และหุ้นในกลุ่มสินค้าเกษตร
บล.กรุงศรี คาดดัชนีปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด 1,635 – 1,640 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว โดยแม้ว่าภาวะตลาดจะยังได้แรงหนุนจากความคาดหวังผลการเจรจานอกรอบการประชุม G20 ระหว่างสหรัฐ-จีนเพื่อหาข้อสรุป Trade war ในวันที่ 30 พ.ย. – 1 ธ.ค. ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นจากคาดการณ์การประชุมโอเปกในวันที่ 6 ธ.ค. จะปรับลดการผลิตลง รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศที่ชัดเจนมากขึ้นหลังครม.-คสช.หารือเตรียมปลดล็อคกิจกรรมการเมืองในการประชุมร่วมวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ซึ่งหนุนต่อภาวะตลาดในช่วงนี้
อย่างไรก็ตามกระแส Fund Flow ต่างชาติที่ยังคงไหลออกต่อเนื่องโดยเป็น Net sell 1 หมื่นล้านบาท และ Net Short TFEX 4 หมื่นสัญญา (MTD.) จะกดดันต่อทิศทางดัชนีให้มีสลับอ่อนตัวได้ ดังนั้นจึงแนะนำเข้าลงทุนแบบซื้อเก็งกำไร
บล.เอเอสแอล คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway Up โดยยังคงแนะนำให้นักลงทุนเลือก Selective Buy โดยเน้น (1) กลุ่ม Domestic Play ที่รายได้อิงจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งเป็นหลัก (2) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการ EEC ทั้งผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม (3) สะสมหุ้นพื้นฐานดีบางตัวยัง Laggard อยู่ โดยเลือก AOT ,CPALL ,ROBINS, PLANB, SCC, STEC SEAFCO, AMATA และ WHA
