ศูนยวิจัยกสิกรไทย คาดปี 64 ต่างชาติเที่ยวไทย 4.5-7.0 ล้านคน

HoonSmart.com>>ศูนยวิจัยกสิกรไทย คาดตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 64 จะมีประมาณ 4.5-7.0 ล้านคน เริ่มมีข่าวเชิงบวกพัฒนาวัคซีนโควิด-19 คืบหน้ามากขึ้น  ประเทศไทยจองซื้อวัคซีนล่วงหน้า คาดว่าจะสามารถใช้ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหลังจากที่ทางการไทยได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างกลุ่มนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA หรือ STV)  ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือนต.ค.2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมีจำนวน 1,201 คน เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน แต่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ  คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี น่าจะขยับเพิ่มขึ้น ทำให้ทั้งปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะอยู่ที่ประมาณ 6.7 ล้านคน

ส่วนทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปี 2564 ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากตลาดท่องเที่ยวยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ และผลของการใช้วัคซีนป้องกันโควิดกับประชาชนในบางประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางการท่องเที่ยวของไทย โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปี 2564 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 4.5-7.0 ล้านคน

สมมติฐานกรณีกรอบบน :

สมมติฐานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา สามารถควบคุมได้ โดยจำนวน Active Case ไม่ได้เร่งตัวขึ้น รวมถึงการใช้วัคซีนในประเทศที่คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปลายปี 2563 อย่างสหรัฐฯ หลายประเทศในภูมิภาคยุโรป และญี่ปุ่น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ขณะที่ประเทศไทยไม่มีการระบาดของโควิดเป็นวงกว้าง รวมถึงในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ประเทศไทยอาจจะมีวัคซีนใช้ได้  น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ขณะเดียวกันปัจจัยการเมืองภายในประเทศสงบ

ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐมีแนวทางที่จะทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติม อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างเร็วในช่วงปลายไตรมาส 2 และน่าจะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7.0 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.8 แสนล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวน่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศมากที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่าง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน อาจจะขึ้นอยู่กับนโยบายการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศของทางการจีน

สมมติฐานกรอบล่าง:

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศยังไม่ดีขึ้น การใช้วัคซีนยังมีข้อจำกัดมาก ทำให้ทางการไทยยังต้องระมัดระวังในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ ยังคงมีแนวทางที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่แต่เป็นแบบเฉพาะกลุ่มและเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างกอล์ฟ และกลุ่ม Wellness  คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.4 แสนล้านบาท โดยกรณีนี้มองว่าน่าจะเห็นการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

อย่างไรก็ดี ธุรกิจในห่วงโซ่ของภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับความยากลำบากต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่เน้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ผู้ประกอบการบางรายเลือกที่จะปิดกิจการชั่วคราว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายที่จำเป็นต้องเปิดให้บริการก็ปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย หรือธุรกิจโรงแรมและที่พักต้องปรับเป็นรูปแบบการให้บริการที่พักแบบระยะยาว การเข้าร่วมโปรแกรม ASQ เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้

ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น อาทิ มาตรการสินเชื่อเพิ่มเติม และการหาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อรับซื้อสินทรัพย์มาพักชั่วคราว (Asset Warehousing) แผนการตลาดเพื่อดึงชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาพำนักระยะยาวในไทยมากขึ้น การร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ในการจองห้องพักจัดทำแพคเกจเพื่อการกักตัว หรือ ASQ และมาตรการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าทางการอาจจะพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ การมีศูนย์ประสานงานในการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับรายละเอียดมาตรการการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย  รวมทั้ง การจัดแผนกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศอย่างเข้มข้น เช่น การเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และการเพิ่มสิทธิพิเศษทางภาษี  รวมถึงมาตรการทางการเงินในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็กและท่องเที่ยวชุมชน เช่น ปางช้าง บริษัททัวร์ และแรงงานท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งอยู่ในปลายห่วงโซ่ของการท่องเที่ยว ให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางด้านการเงินของภาครัฐ