HoonSmart.com>>ดีบีเอสฯปรับคำแนะนำซื้อ PTTEP น้ำมันต่ำมาก ราคาหุ้นลงลึกเกินไป คาดปีนี้กำไรหดตัว 38% ปีหน้าลดลง 47% ส่วนปตท.ทยอยซื้อลงทุน ถูก และได้ปันผล 4% บล.หยวนต้าคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มพลังงานเท่ากับตลาด PTT ไม่ได้รับผลกระทบจากกบง.มีมติลดราคา LPG ขอความร่วมมือคงราคา NGV
นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้เพิ่มคำแนะนำหุ้นบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) เป็นซื้อจากถือ ให้ราคาเป้าหมาย 85 บาท หลังจากราคาลงมาแล้ว 56% และปรับราคาสมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ใช้ในการประมาณการปี 2563-2564 ลง 22% และ 21% เป็น 35 เหรียญต่อบาร์เรล และ37 เหรียญตามลำดับ ปรับลดราคาขายก๊าซลง 7% และ 14% เป็น 6 และ 5 เหรียญ คาดการณ์กำไรสุทธิลดลง 38% และ 47% ตามลำดับ
ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 1/2563 คาดว่าจะหดตัวแรง ถึง 64% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และหดตัว 62% จากไตรมาส 4/2562 เพราะถูกผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงและเงินบาทอ่อนค่าลง
กรณีที่แย่ที่สุด บริษัทมีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน ในปีนี้ประมาณ 2,740 ล้านเหรียญ พบว่าราคาเป้าหมายอยู่ที่ 54.61 บาทเท่ากับราคาปัจจุบัน ส่วนราคาน้ำมันต่ำมาก 25 เหรียญ ทรุดลง 59%คาดว่าจะต่ำกว่า 30 เหรียญ ไปนานไม่ได้ เพราะผู้ผลิตหลายประเทศไม่ไหว ขาดทุน ยกเว้นผู้ผลิตตะวันออกกลาง ส่วนรัสเซียหากรวมภาษีค่าใช้จ่ายก็ขาดทุน ดังนั้น ราคาหุ้น PTTEP ลงไปต่ำ เทียบสมมุติฐานราคาน้ำมันดิบที่ 44 เหรียญ ราคาหุ้นควรจะอยู่ที่ 86 บาท ราคาน้ำมันที่ 35 เหรียญ ราคาหุ้น 74 บาท แต่ราคาตอนนี้อยู่ที่ 55 บาท
สำหรับบริษัทปตท.(PTT)ที่ถือหุ้น PTTEP ประมาณ 65% คาดการณ์กำไรปีนี้ลดลง 7% ปีหน้าลง 6% ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 37 บาท เดิม 40 บาท น่าสนใจทยอยซื้อสะสมเพื่อลงทุน ราคาสูงกว่าปัจจุบัน 44% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 4% เศษ คงคำแนะนำซื้อ PTT
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงานเท่ากับตลาด หลังประเมินว่า ปตท. ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจโรงกลั่น กรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)เห็นชอบลดราคาขายส่ง LPG หน้าโรงกลั่น จากเดิม 17.1795 บาท/กิโลกรัม เหลือ 14.3758 บาท/กิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีก LPG ขนาดถัง 15 กิโลกรัมลดลง 45 บาท/ถัง จาก 363 บาท เหลือ 318 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2563 และขอความร่วมมือ PTT คงราคาขายปลีก NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะที่ 13.62 บาท/กิโลกรัม ต่อไปอีก 3 เดือน (1พ.ค.-31 ก.ค.) และสำหรับรถทั่วไปที่ 15.31 บาท/กิโลกรัม ต่อไปอีก 5 เดือน (16มี.ค. – 15 ส.ค.2563)
กรณี EBITDA ของธุรกิจ NGV ติดลบ 4,000-5,000 ล้านบาท/ปี ถือว่าเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เทียบกับฐาน EBITDA รวมของ PTT ที่ 2.9-3.5 แสนล้านบาท/ปี และตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากจน Upside ทางพื้นฐานเปิดกว้าง อาจทำให้ราคาหุ้นฟื้นตัวระยะสั้น แต่มองว่าสถานการณ์ราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง รวมทั้งผลประกอบการไตรมาส 1 มีแนวโน้มอ่อนแอจากขาดทุนสต็อกจำนวนมาก เชิงกลยุทธ์อาจรอจังหวะเข้าลงทุนหลังผ่านงบไตรมาส 1

