AQUA พลิกกำไร 83 ล้านบ. ….โตกระฉูด 1,166%

HoonSmart.com>>  AQUA ไตรมาส 1  พลิกกำไร 83 ล้านบาท โตกระฉูด 1,166%   อานิสงส์รับรู้รายได้การลงทุน แย้มข่าวดี พร้อมปิดดีลใหม่เร็ว ๆ นี้ 

ชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์

บริษัท อควา คอร์ปอเรชั่น (AQUA) รายงานผลดำเนินงาน ไตรมาส มีรายได้รวม  253.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.61 ล้านบาท หรือ  195.94% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  พลิกกำไรจากเดิมขาดทุน 8.85 ล้านบาท เป็นกำไร 79.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากส่วนแบ่งกำไร +61.50 ล้านบาท หลังจากบริษัทในกลุ่มพลังงาน อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ได้เริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานลมเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.66

ลงทุนกลุ่มธุรกิจขนส่ง อาทิ บริษัท เฉลิมภัทร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“CPC”) รายได้ +130.27 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอาหาร  บริษัท โนมิมาโช จำกัด (“NOMI”) รายได้ +8.71 ล้านบาท EBITDA เติบโตกว่า +25.90% มูลค่า  90.43 ล้านบาท จากเดิม 71.83 ล้านบาท

นายชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ AQUA กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ AQUA ปีนี้  สะท้อนการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่อย่างหลากหลาย เพื่อแสวงหารายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและกระจายความเสี่ยงการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Mega Trend ของโลก อาทิ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจ FinTech เพื่อบรรลุกลยุทธ์ดังกล่าว ทาง AQUA จัดการความเสี่ยง โดยมีธุรกิจ Cash Cow ที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว 7-30 ปี จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างบริษัท ไทย คอนซูมเมอร์ ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (TCDC) , บริษัท แอ๊คคอมพลิช เวย์ โฮลดิ้ง   (AWH) และบริษัท มันตรา แอสเซ็ท จำกัด (MANTRA)

ทั้งนี้ AQUA รับรู้รายได้บริษัทย่อยที่เข้าไปลงทุนคือ CPC  สัดส่วน 78.90% ซึ่งประกอบธุรกิจโฮลดิ้งส์ โดยลงทุนในกลุ่มขนส่ง ที่ให้บริการขนส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมซึ่งรายได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง +15.09% QoQ หลังจากกวาดรายได้ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านบาท สะท้อนจากมาตรการสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมของภาครัฐ และนโยบาย/มาตรการกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติ

นอกจากนี้  CPC  มีรายได้เพิ่ม หลังจากได้สัญญาบริการด้วยรถไฟฟ้า (EV) มากขึ้น ตั้งเป้ารายได้กว่า 100 ล้านบาท ภายในปีนี้ หลังจากรับอานิสงส์จากมาตรการยกเว้นวีซ่า (Visa Free) สำหรับชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน ในปีนี้ รวมถึงเส้นทางการบินระหว่างไทย-จีน ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566-2567 มั่นใจแผน IPO จะสำเร็จได้ภายใน 5 ปี พร้อมทั้งมีแผนขยายธุรกิจในกลุ่มขนส่งนี้ด้วย หลังจากความสำเร็จที่เข้าลงทุนกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท ไทยพาร์เซิล  (TPL)

กลุ่มธุรกิจอาหาร เข้าลงทุน NOMI สัดส่วน 84.58% ณ ปัจจุบันมี 5 สาขา เตรียมมีแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพหลังจากสร้างกำไรได้ในทุกสาขา ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนส่วนกลาง นอกจากนี้ บริษัทฯพร้อมลุยธุรกิจอาหารในแบรนด์ใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพการโตแบบก้าวกระโดด พร้อมดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 5 ปี

ธุรกิจ FinTech บริษัท ฯ เล็งเห็น Synergy ระหว่าง บริษัท เพียร์ ฟอร์ ออล  (PFA) และ บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู  (PEER)  ซึ่ง PEER มีส่วนในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการให้บริการลูกค้าในด้านการตลาดได้เป็นอย่างดี และพร้อมมีระบบงานที่รองรับการให้บริการลูกค้าตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทฯจึงได้ตัดสินเข้าไปถือหุ้น PEER อย่างมั่นใจในการใช้กลยุทธ์เชิง Proactive การขยายจำนวนผู้ใช้บริการ “P2P” platform เบื้องต้นน่าจะมีการนำ CRM ของ PEER มาใช้ร่วมกัน ทั้งในเชิง Data Driven เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล Consumer Behavior ของ NTF การเข้ามาเสริมพื้นฐานเทคโนโลยีให้แข็งแรงมากขึ้น

นายชัยพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า  บริษัทฯ กำลังศึกษาธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาส สร้างรายได้จากธุรกิจ ต่อยอดธุรกิจปัจจุบันที่มีอยู่ เพิ่มความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจอาหาร หรือกลุ่มธุรกิจขนส่งให้กับบริษัท โดยมั่นใจว่าจะเห็นความคืบหน้าได้ภายในไตรมาสที่ 3/67 และบริษัทฯเตรียมจะจัดแถลงข่าวการเปิดตัวธุรกิจใหม่ในลำดับถัดไป เพื่อแสดงถึงการจัดวางโครงสร้างการลงทุนใหม่ที่ชัดเจน

“บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างรายได้ปี 67 ให้เติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง สร้างโอกาสในการขยายธุรกิจประเภทค้าปลีกทั้งในกลุ่มอาหาร เทคโนโลยี และพลังงาน เห็นได้จากการแผนการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องและการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าสร้างรายได้ราว 2,000 ล้านบาทต่อปี” นายชัยพิพัฒน์ กล่าว