คอลมน์ความจริงความคิด : กรณีศึกษาวางแผน “ชราภาพประกันสังคม”

โดย..สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP นักวางแผนการเงิน

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเพื่อนโทรมาขอความเห็นว่า “จะออกจากงานตอนอายุ 57 ปี ควรจะวางแผนประกันสังคมอย่างไรดี?” คำถามแบบนี้เคยได้ยินบ่อยมากช่วง Covid19 และเงียบหายไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้เริ่มจะได้ยินเยอะขึ้นเรื่อยๆอีกแล้ว ก็ขอให้ลูกจ้างทุกคนมีงานทำ อย่าได้ประสบเคราะห์กรรมอะไรอีกเลยนะ

กลับมาที่กรณีนี้ “จะออกจากงานตอนอายุ 57 ปี ควรจะวางแผนประกันสังคมอย่างไรดี?”

สิทธิประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับการออกจากงาน ก็มี

• “กรณีว่างงาน” สมาชิกที่จะได้สิทธินี้ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย หรือกรณีผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

o กรณีถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 5,000 บาท

o กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท
o ผู้ที่จะยื่นขอสิทธิกรณีว่างงานได้ต้องมีอายุไม่เกิน 55 ปี

ดังนั้น กรณีนี้ออกจากงานตอนอายุ 57 ปี จึงไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ “กรณีว่างงาน” ครับ

• อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ออกจากงาน จะได้รับเงิน “กรณีชราภาพ” ซึ่งมี 2 แบบ คือ “บำเหน็จชราภาพ” ถ้าอายุสมาชิกไม่ถึง 180 เดือน หรือ “บำนาญชราภาพ” ถ้าอายุสมาชิกตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป กรณีนี้อายุสมาชิกมีอยู่ประมาณ 25 ปี ดังนั้น ก็จะได้รับ “บำนาญชราภาพ” เท่ากับ

o กรณีจ่ายเงินสมทบ 180 เดือน : จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

o กรณีจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน : ได้รับเงินบำนาญชราภาพเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน
กรณีนี้มีอายุสมาชิก 25 ปี จะได้เงินบำนาญเท่ากับ (20%+ (1.5%*10))*15,000 = 5,250 บาททุกเดือน

อีกคำถาม คือ “จะรับ “บำนาญ” หรือ ต่อ “อายุสมาชิกประกันสังคม” ต่อไปอย่างไหนดีกว่ากัน?”

จากสูตร “บำนาญชราภาพ” จะได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ “ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย” กับ “อายุสมาชิก” หากต้องการได้รับ “บำนาญชราภาพ” มากๆ ก็ควรต่อ “อายุสมาชิก”
การต่อ “อายุสมาชิก” ทำได้ 2 แบบ คือ

• ต่อ มาตรา 33 ด้วยการหานายจ้างใหม่ และรักษาฐานค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท เพื่อให้ “ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย” เท่ากับ 15,000 บาท

• ต่อ มาตรา 39 เป็นประกันสังคมขาเดียว คือ ลูกจ้างออมเอง ไม่ต้องมีนายจ้าง แต่วิธีนี้ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 4,800 บาท แม้จะเพิ่มอายุสมาชิก แต่ฐานเงินเดือนลดลงจาก 15,000 เหลือ 4,800 เท่ากับลดลงถึง 2 ใน 3 ทำให้เงินบำนาญที่ได้ลดลง

กรณีนี้ถ้าต่อมาตรา 39 อีก 3 ปี

ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่จ่ายมาตรา 39 เท่ากับ 36 เดือน ที่จ่ายมาตรา 33 เท่ากับ 24 เดิอน
[(15,000 x 24) + (4,800 x 36)] / 60 = 8,880 บาท
เงินบำนาญชราภาพที่จะได้ = (20%+ (1.5%*13))* 8,880 = 3,507.60 บาททุกเดือน น้อยกว่าเลือกรับบำนาญเลย ซึ่งลูกจ้างจะได้ 5,250 บาท

ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดสำหรับกรณีนี้ คือ

• ต่อมาตรา 33 เพื่อรักษาฐานเงินเดือนที่ 15,000 บาท และเพิ่มอายุสมาชิก

• ถ้าหานายจ้างใหม่ไม่ได้ ก็รับ “บำนาญชราภาพ” เลย

การรับ “บำนาญชราภาพ” หลังจากสิ้นสุดอายุสมาชิกตามมาตรา 33 ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ หากต่อมาเปลี่ยนใจอยากต่อมาตรา 39 ฐานเงินเดือนที่จะได้คำนวณบำนาญจะใช้ฐานเงินเดือนเดิม คือ 15,000 บาท (ไม่ใช้ 4,800 บาทมาเฉลี่ยเหมือนกรณีต่อมาตรา 39 ทันที)

ตัวอย่าง
กรณีนี้อายุสมาชิก 300 เดือน ฐานเงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท รับบำนาญที่อัตรา 35% หรือ 5,250 บาท/เดือนไปแล้ว 5 เดือน ค่อยต่อ ม.39 อีก 36 เดือน รวมอายุสมาชิกทั้งหมด 336 เดือน จะได้เงินบำนาญชราภาพเท่ากับ [(20%+ (1.5%*13)] * 15,000 = 5,925 บาท

ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๓ การจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้แก่บุคคลซึ่งถูกงดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพและในภายหลังได้กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนใหม่ตามมาตรา ๗๗ ตรีให้จ่ายตามจำนวนเงินบำนาญชราภาพเดิมที่ได้รับก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน และให้จ่ายเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งจุดห้าของค่าจ้างที่ใช้ในการคำนวณเงินบำนาญชราภาพเดิมก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุกสิบสองเดือนในช่วงระยะเวลาที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนในครั้งหลัง

แต่การที่ลูกจ้างจะสามารถสมัครประกันสังคม มาตรา 39 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

• เคยเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ซึ่งส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน

• ลาออกจากงานมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกจากงาน

ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกรณีนี้คือ รับบำนาญชราภาพเมื่อสิ้นสุดมาตรา 33 ซักระยะก่อนไม่เกิน 5 เดือน เพื่อจะได้ต่อมาตรา 39 ให้ทัน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากเงิน เพื่อเพิ่มอายุสมาชิก โดยยังรักษาฐานเงินเดือนในการคำนวณบำนาญชราภาพที่ 15,000 บาทเอาไว้