STX ไอพีโอเกลี้ยง ..ลั่นระฆัง !! 26 เม.ย.นี้

HoonSmart.com >> STX ปิดจองไอพีโอ 65 ล้านหุ้น ขายเกลี้ยง !!  ตอกย้ำความมั่นใจในศักยภาพเติบโต  ลั่นระฆัง!!! เทรดกระดาน mai 26 เม.ย.นี้

ทรงวุธ (ซ้าย) พงศ์ภัค (ขวา)

นายพงศ์ภัค สุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำจำหน่ายหุ้นบริษัท สโตนวัน ( STX) เปิดเผยว่า หุ้น STX ซึ่งเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 65 ล้านหุ้น หุ้นละ 3 บาท เมื่อวันที่ 18-19 ,22 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนซื้อหุ้นจำนวนมาก และจำหน่ายได้หมดทั้งจำนวน  ตอกย้ำความมั่นใจพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 26 เมษายน 2567 ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  STX กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาด mai  ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคต และการระดมทุนในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดความสำเร็จของ STX ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายหินเพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง และแร่โดโลไมต์ ที่มีแหล่งวัตถุดิบทั่วทุกภูมิภาค ด้วยการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเตรียมพร้อมสำหรับขยายไปยังโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้ถือหุ้นทุกท่านร่วมเติบโตไปพร้อมกับเรา

ผลการดำเนินงาน 2566 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิ 38.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.48 ล้านบาท หรือ 76.5% สาเหตุหลักจากการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 มีรายได้รวม 371.29 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 32.8%

ปัจจัยที่ช่วยผลักดันการเติบโตดังกล่าว มาจากรายได้การขายหินแกรนิต 20 มม. ของเหมืองหนองข่าสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง กลับมาทําการผลิตดังเดิม รวมทั้ง โดโลไมต์ผง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เหมืองจอมบึง จําหน่ายให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมกระจกและอุตสาหกรรมซีเมนต์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Valued added) และเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น สนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.26% อัตรากำไรสุทธิ 10.24%

โอกาสของ STX หลังจากบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วางเป้าหมายที่จะขยายแหล่งวัตถุดิบและการผลิตในอนาคต ต่อยอดธุรกิจหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยการเข้าลงทุนในธุรกิจเหมืองหินที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว หรือการพัฒนาเหมืองหินใหม่ ซึ่งอยู่ในที่ตั้งที่เหมาะสม พร้อมด้วยเจตนารมณ์การทำเหมืองอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บริษัทได้รับรางวัลมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแร่ (CSR-DPIM) รางวัลเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2556 และรางวัล Green Industry อุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน