SCC ยันไม่เหนื่อย ‘เอสซีจี พลาสติกส์’ ถูกสหรัฐปรับ 20 ล้านดอลลาร์

HoonSmart.com>>ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยันตั้งสำรองแล้ว ไม่กระทบกำไรปี 67 กรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สั่งปรับ “เอสซีจี พลาสติกส์” จำนวน 20 ล้านดอลลาร์ ฐานละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านจากการโอนเงินดอลลาร์สหรัฐชำระค่าสินค้าที่ผลิตในอิหร่าน ช่วงปี 2560 – 2561 

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ชี้แจง กรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสั่งปรับบริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ บริษัทย่อยของ SCC (ปัจจุบันอยู่ระหว่างชำระบัญชี)  ฐานละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านจากการโอนเงินดอลลาร์สหรัฐชำระค่าสินค้าที่ผลิตในอิหร่าน ช่วงปี 2560 – 2561 ว่า การจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปี 2567 ของเอสซีจี เนื่องจากได้ตั้งสำรองในงบการเงินสิ้นปี 2566 เรียบร้อยแล้ว

บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์  เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ขายเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีน (PE) ที่ผลิตจากบริษัทที่เอสซีจีร่วมทุนในอิหร่าน ซึ่ง  เอสซีจี พลาสติกส์ได้ขาย PE ที่ผลิตจากบริษัทร่วมทุนนี้มาตั้งแต่ปี 2548 โดยได้ใช้หลายสกุลเงินในการค้าขายตามความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจตามปกติของอุตสาหกรรมนี้และช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีมาตรการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของอิหร่าน

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 บริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ ได้หยุดการขาย PE ที่ผลิตในอิหร่านหลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของอิหร่าน และกลับมาขายอีกครั้งเมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศผ่อนผันการคว่ำบาตรดังกล่าวในปี 2557 จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์การคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่าน ตั้งแต่ปี 2561 บริษัทเอสซีจี พลาสติกส์  ได้ยุติการขาย PE จากบริษัทร่วมทุนอย่างถาวร หลังจากที่บริษัทในเอสซีจีหยุดดำเนินการกับบริษัทร่วมทุนนั้น และสินทรัพย์ดังกล่าวได้ถูกจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่ปี2561 ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา

ต่อมาสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (OFAC) เข้าตรวจสอบการขาย PE ของบริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ที่ค้าขายช่วงเดือนเมษายน 2560 ถึง เดือนพฤศจิกายน 2561 ว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ ซึ่งบริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ ได้ให้ความร่วมมือกับทางราชการของสหรัฐฯ เป็นอย่างดี เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจสอบ OFAC เห็นว่ามีการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน แม้การขายสินค้าดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลสัญชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการคว่ำบาตร แต่มีการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในการขายสินค้าที่ผลิตจากอิหร่านในช่วงดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงิน ซึ่งเป็นบุคคลสหรัฐมีส่วนร่วมในการชำระเงินด้วย ส่วนการค้าขายด้วยสกุลเงินอื่นไม่ได้ละเมิดมาตรการดังกล่าว

OFAC เห็นว่าบริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ได้ให้ความร่วมมือกับ OFAC ในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ รวมถึงได้ออกนโยบายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต OFAC จึงได้เสนอให้ เอสซีจี พลาสติกส์ทำ Settlement Agreement โดยให้จ่ายเงินค่าประนอมยอมความให้กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้ OFAC ยุติการพิจารณาข้อหาดังกล่าว