ดาวโจนส์ปิดร่วง 240 จุด บอนด์ยีลด์ปรับขึ้น

HoonSmart.com>> ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วง 240 จุด , S&P500 ลดลง 10 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นแตะ 4.319% ระดับสูงสุดของปี นักลงทุนยังวิเคราะห์ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุด ท่ามกลางความกังวลการวิ่งขึ้นของตลาดอาจชะลอลง ด้านดัชนี Nasdaq บวก 17 จุด “ราคาน้ำมันดิบ WTI”ปรับขึ้น 54 เซนต์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 1เมษายน 2567 ปิดที่ 39,566.85 จุด ลดลง 240.52 จุด หรือ -0.60% จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนยังวิเคราะห์ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุด ท่ามกลางความกังวลว่าการวิ่งขึ้นของตลาดอาจจะชะลอลง
      
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,243.77 จุด ลดลง 10.58 จุด, -0.20%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,396.83 จุด เพิ่มขึ้น 17.37 จุด, +0.11%

นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับกรอบเวลาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในปีนี้ และจับตาว่าเฟดจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ได้เร็วแค่ไหน

ประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย

นายพาวเวลล์ให้สัมภาษณ์กับ รายการวิทยุ Marketplace ว่า “นั่นหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะลดดอกเบี้ย เศรษฐกิจตอนนี้แข็งแกร่งและตลาดแรงงานก็แข็งแกร่งแล้ว และอัตราเงินเฟ้อก็กำลังลดลง และเราจะระมัดระวังในการตัดสินใจครั้งนี้”

เครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ 58% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้นในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนวิเคราะห์คำพูดของนายพาวเวลล์และเงินเฟ้อที่รายงานล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาที่ 4.319% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี

เมื่อวันศุกร์ (29 มี.ค.) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วน (PCE) เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาด จากที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนมกราคม ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาด วิเคราะห์จากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมกราคม

ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่เมื่อวานก็แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ทำให้เกิดคำถามว่าเศรษฐกิจกำลังเร่งตัวขึ้นหรือไม่ และผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยของเฟด

สถาบันจัดการด้านอุปทาน(ISM) รายงาน ดัชนีภาคการผลิตเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาที่ 50.3 จาก 47.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่า 48.1 ที่นักวิเคราะห์คาด และยังเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2022

ด้านเอสแอนด์พี โกลบอลแสดงรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนมีนาคมชะลอลงมาที่ 51.9 จาก 52.2 ในเดือนกุมภาพันธ์

นักลงทุนจับตาการรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมีนาคมในวันศุกร์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะเพิ่มขึ้น 205,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%

หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซปรับขึ้นโดดเด่นเนื่องจากราคาน้ำมันดิบซื้อขายที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และ S&P 500 Energy Select ETF (XLE) เพิ่มขึ้นเกือบ 1% แตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 83.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 42 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 87.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หุ้นเทสลาลดลง 2% แม้ปรับราคาขายในสหรัฐและจีนขึ้น

หุ้นไมครอน เทคโนโลยีพุ่งกว่า 6% หลังแบงก์ ออฟ อเมริกาปรับราคาเป้าหมายขึ้น

ตลาดหุ้นยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษปิดทำการวันที่ 1 เมษายน เนื่องในเทศกาลอีสเตอร์